DISCOVER MORE ON YAOWARAT สำรวจถนนเยาวราชให้ลึกกว่าที่เคย

DISCOVER MORE ON YAOWARAT
สำรวจถนนเยาวราชให้ลึกกว่าที่เคย

สวัสดีครับ ผมเปียง ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนอย่างเป็นทางการนะครับ ทั่วเมืองในตอนนี้รายล้อมด้วยบรรยากาศครึกครื้นของชาวไทยเชื้อสายจีนที่กำลังเตรียมการสำหรับวันสำคัญที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า นับเป็นเทศกาลที่สนุกมากนะครับ ผมชอบบรรยากาศเหล่านี้มาก และเป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ สำหรับผม ที่จะลองเอาตัวเข้าไปอินกับเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย-จีน ให้ลึกมากขึ้น สถานที่ที่เหมาะที่สุดคงไม่พ้นไปจากที่นี่ เยาวราช เป็นช้อยส์ของผมในวันนี้ครับ

เรามาทำความรู้จักกับ “เยาวราช ถนนสายมังกร” สายนี้ให้มากขึ้นไปด้วยกันครับ กับเซ็ทภาพล่าสุดของผมที่ได้ตระเวนเก็บตลอดถนนสายประวัติศาสตร์สายนี้ จากต้นหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) ไล่ไปที่ส่วนท้องมังกรที่ตลาดเก่าเยาวราช และหางมังกรที่ปลายถนนเยาวราช ลองตามมาดูกันว่าแต่ละที่ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวต่าง ๆ แห่งนี้ มีอะไรที่เรายังไม่ทราบกันบ้าง กับลิสต์สถานที่ที่ผมตั้งใจรวบรวมมาถึง 10 แห่งด้วยกัน คิดว่าน่าจะชอบกันนะครับ

ผมมาในลุคสีแดงตามตีมวันตรุษจีนครับ และวันนี้ผมพาเพื่อนร่วมทริปมาด้วย เป็นกำไลจาก Harmenstone ใน collection ใหม่ที่ออกแบบมาอย่างประณีตสไตล์ Chinese Modern ใน concept Chinese New Year 2020 : A Multitude of Blessings Collection โดยอิงตามหลักความเชื่อของจีนต่าง ๆ ส่งต่อคำอวยพรอันมีคุณค่าผ่านเครื่องประดับเพื่อมอบความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับ

พร้อมเดินถนนเยาวราชกับผมหรือยังครับ?
เปียง

#HARMENSTONE #CHINESENEWYEAR
#MATCHSTYLEWITHYOURDOCTOR #PYONGSEEWHATISEE #PYONGsPicks #PYONGDOCTOR

DISCOVER MORE ON YAOWARAT
สำรวจถนนเยาวราชให้ลึกกว่าที่เคย

ถนนเยาวราชสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 โดยทรงมีพระราชดำริให้ตัดถนนเพื่อให้เยาวราชกลายเป็นสถานที่ส่งเสริมการค้าขาย ใช้ระยะเวลาในการตัดถนน 8 ปี ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ช่วง พ.ศ.2434 – พ.ศ.2443 เดิมที ชื่อว่า ถนนยุพราช แต่ได้โปรดเกล้าฯพระราชทานนามใหม่ว่า ถนนเยาวราช หมายถึง กษัตริย์พระองค์น้อย หรือ พระราชาผู้ทรงพระเยาว์ ซึ่งนั่นก็คือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯพระองค์โตในรัชกาลที่5 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าพระมหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร ผู้ทรงเป็น “สยามมกุฏราชกุมาร” พระองค์แรกของประเทศไทย

ภาพที่เห็นอยู่นี้คือโรงภาพยนตร์ไชน่าทาวน์รามา ที่ปัจจุบันยังคงเปิดและฉายภาพยนตร์อยู่เป็นแบบฉายควบ ราคาตั๋ว 60 บาท ด้านหน้าตอนเย็นจะเป็นที่ตั้งของร้านก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา ก๋วยจั๊บคิวยาวอันโด่งดัง อดีตเคยเป็นโรงงิ้วไซฮ้อ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงภาพยนตร์ศรีเมือง และโรงภาพยนตร์นิวแหลมทองในยุคต่อมา ซึ่งในปัจจุบันใช้ชื่อว่าโรงภาพยนตร์ไชน่าทาวน์รามา

ผมมาในลุคสีแดงตามตีมวันตรุษจีนครับ พร้อมกับกำไลจาก Harmenstone ใน collection ที่ออกแบบมาอย่างประณีตด้วย charm มงคลตามหลักความเชื่อของจีนในรูปแบบต่าง ๆ

#HARMENSTONE #CHINESENEWYEAR
#MATCHSTYLEWITHYOURDOCTOR #PYONGDOCTOR

ตามความเชื่อของชาวจีนเกี่ยวกับถนนเยาวราชนั้นเกี่ยวเนื่องกับ คติความเชื่อในเรื่อง มังกร ที่เป็นสัตว์เทพเจ้าแห่งความเป็นมงคล มีความยิ่งใหญ่และอุดมสมบูรณ์ และด้วยสภาพของตัวถนนที่คดเคี้ยวไปมาคล้ายมังกร ถนนเยาวราชจึงถูกขนามนามว่า ถนนมังกร โดยมีส่วนหัวของมังกรเริ่มที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ6รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) ส่วนท้องมังกรที่ตลาดเก่าเยาวราช และหางมังกรที่ปลายถนนเยาวราช ถนนสายนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าของชาวไทยเชื้อสายจีนมาก

ในอดีตถือเป็นถนนสายแรกที่มีตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ คือ ตึกเก้าชั้น ตึกเจ็ดชั้น และตึกหกชั้น โดยในตึกเก้าชั้นยังมีลิฟต์โดยสารตัวแรกของประเทศไทยอีกด้วย

ปัจจุบัน ถนนเยาวราชยังคงเป็นแหล่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจการค้าทั้งในแง่ของการเป็นแหล่งผลิต การค้าปลีกค้าส่งรวมไปถึงเป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านอาหารในทุกรูปแบบ เป็นย่านอาหารแนวสตรีทฟู้ดที่นักท่องเที่ยวแนะนำว่าต้องมาให้ได้ถ้ามาเยือนเมืองไทย

ภาพประติมากรรมนูนสูงนี้ถ่ายมาจากภายในศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ผมชอบการจับคู่สีของงานชิ้นนี้ครับ เกริ่นเสร็จแล้ว ได้เวลาไปชมฉบับเต็มด้วยกันครับ

1 วัดมงคลสมาคม (วัดญวน) ซอยแปลงนาม

วัดมงคลสมาคม หรือ จั่วโห่ยคั้น หรือโห่ยคั้นตื่อ สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปี พ.ศ. 2319 สังกัดคณะสงฆ์อนัมนิกาย เป็นวัดสายเวียดนามหรือวัดญวน

แต่เดิมวัดนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านญวนหลังวังบูรพาภิรมย์ แต่เมื่อมีการตัดถนนพาหุรัดผ่าน พื้นที่ของวัดอยู่ในแนวของถนนตัดใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 จึงโปรดเกล้าฯให้ผาติกรรมวัด หรือย้ายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณนั้นเข้าส่วนราชการ และพระราชทานที่ดินเพื่อสร้างวัดใหม่ทดแทนยังที่ดินริมถนนแปลงนาม ดังปรากฏในปัจจุบัน ถือเป็นวัดญวนแห่งเดียวใจกลางย่านเยาวราช

สำหรับเครื่องประดับตัวแรกที่ผมใส่นี้ใช้ THE HULU CHARM เป็นชาร์มหลักของเส้นนี้ ทำเป็นรูปน้ำเต้า ตามความเชื่อจีน จะช่วยเสริมความมั่งคั่ง อายุยืน น้ำเต้าในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า หูหลู มีความหมายที่เป็นมงคล รูปร่างของน้ำเต้าคล้ายเลข 8 ซึ่งชาวจีนถือเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงถึงความมั่งคั่งและการมีลูกหลานเยอะเพื่อสืบวงศ์ตระกูล อีกทั้งยังใช้ในหลักฮวงจุ้ยที่ช่วยเสริมเรื่องสุขภาพ ความแข็งแรง และอายุยืน

งานดีไซน์ของน้ำเต้าได้ใช้รูปทรงเรขาคณิต นำมาจัดวางองค์ประกอบศิลป์เพื่อให้เกิดความผสมกลมกลืนและร่วมสมัย

นอกจากตัววัด ยังมีบริเวณด้านข้างที่เป็นที่พักอาศัย มีมุมน่าสนใจที่สามารถมาเก็บภาพได้ เช่นมุมที่เห็นอยู่นี้ครับ

กระเบื้องสีเทอร์คอยส์กับกำไลเส้นนี้เข้ากันอย่างบังเอิญครับ เส้นนี้ชื่อ THE CERULEAN มีสีฟ้าที่เด่นมากของหิน Apatite ห้อยด้วยชาร์ม THE TWO-TONE PIXIU CHARM หรือปี่เซียะสองกษัตริย์นั่นเอง

ตามคติความเชื่อจีน ปี่เซี่ยะ ถือเป็นลูกมังกรตัวที่ 9 มีรูปร่างและเขาคล้ายกวาง มีใบหน้า หัว และขาคล้ายสิงโต มีปีกคล้ายนก บริเวณ หลังคล้ายปลา และมีส่วนหางคล้ายแมว เป็นสัตว์ไม่มีรูทวาร จึงเป็นวัตถุมงคลที่เป็นสัญลักษณ์ของการเก็บทรัพย์แล้วไม่รั่วไหล ทั้งยังเป็นเครื่องรางเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และปัดเป่าภยันตรายอีกด้วย

งานดีไซน์ได้นําเอาความเป็นโมเดิร์นมาผสมผสานเอกลักษณ์ของตัวตนของปี่เซี่ยะไว้อย่างครบถ้วน โดยใช้เทคนิคการชุบที่แตกต่างจากเดิม โดยในหนึ่งตัวจะมี 2 สี ปรากฏให้เห็นอยู่บนตัวและหาง

2 มูลนิธิเทียนฟ้า

มูลนิธิเทียนฟ้า มีนามแรกเริ่มว่า “โรงพยาบาลเทียนฮั้วอุยอี้” เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยไข้ที่ยากไร้ให้ได้รับการรักษาพยาบาล และจ่ายยาจีนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทางโรงพยาบาลใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี และในปี พ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงพยาบาลด้วยพระองค์เอง นับเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนแห่งแรกของประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ.2474 ได้จดทะเบียนตั้งเป็น “มูลนิธิเทียนฟ้า” และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ นับเป็นมูลนิธิแห่งแรกในประเทศไทยอีกด้วย โดยตลอดระยะเวลากว่า120ปี โรงพยาบาลฯเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร ยังคงสืบสานเจตนารมณ์ของคณะผู้ก่อตั้งอย่างเดิมเสมอมา ปัจจุบันโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิได้จัดตั้งโครงการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ และทุก ๆ เช้าวันอาทิตย์ยังมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ตรวจวัดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดที่สวนลุมพินี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ภายในมูลนิธิเทียนฟ้า มีรูปปั้นองค์พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม ทำด้วยไม้แก่นจันทน์แกะสลักปิดทอง ศิลปะสมัยราชวงศ์ถัง อายุราว1000ปี อัญเชิญมาจากมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ประดิษฐาน ณ หน้าอาคารแพทย์แผนปัจจุบัน เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะทุกวัน จะเห็นว่านักท่องเที่ยวหนาแน่นตลอดวัน

สำหรับผมเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนคนหนึ่งครับ ถือโอกาสนี้เข้ามาสักการะเพื่อความมงคล และระลึกถึงบรรพบุรุษด้วย

บรรยากาศแถวถนนเยาวราชในวันนี้ครับ

รถราหนาแน่นเป็นปกติ มีสิ่งน่าสนใจที่สะกิดให้ผมต้องยกกล้องขึ้นมาอยู่ตลอด

3 ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างโดยชาวจีนแต้จิ๋วสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง เป็นศิลปะจีนแบบแต้จิ๋ว มีรูปปั้นมังกรตัวยาวพันเสาประตูทางเข้าทรงเม็ดข้าว 2 ตัว ภายในตกแต่งด้วยวัตถุโบราณล้ำค่าหาดูได้ยาก และมีระฆังโบราณที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง

ศาลเจ้าแห่งนี้ว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่สามารถเปิดทางสื่อสารเพื่อขอพรกับเทพเจ้าได้ ชาวจีนนิยมมาขอพรกับเทพเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ฮูหยิน และทหารเอก ในเรื่องการเดินทาง การอยู่อาศัย และฮวงจุ้ย การไหว้ขอพรที่ศาลเจ้านี้จะนิยมเขียนชื่อตนเองลงบนผ้าแดง หรือ ที่เรียกว่า ฮู้ แล้วผูกไว้กับขาโต๊ะสำหรับวางกระถางธูป เชื่อว่าเป็นโต๊ะมังกรที่สามารถสื่อสารไปถึงเทพเจ้าได้ ส่วนใหญ่จะขอพรเรื่องการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และมักจะพาเด็กเล็ก ๆ มากราบไหว้ เพื่อหวังให้เป็นเด็กที่เลี้ยงดูง่าย

ผมกับกำไลชื่อ THE NIMORA ห้อยชาร์ม THE BAGUA CHARM เป็นชาร์มทรงแปดเหลี่ยม หรือ “ปากั้ว” ในภาษาจีน เป็นสัญลักษณ์ของการป้องกันภัยและความชั่วร้าย หยุดยั้งพลังงานทางลบที่จะเข้ามากระทบ

งานดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปร่างของกระจกเงา นำมาออกแบบให้มีลักษณะโค้งและเว้า เปรียบเสมือนสิ่งที่คอยดูดซับพลังงานด้านบวกไว้และบรรเทาความชั่วร้ายออกไป พร้อมสลักตัวอักษรไทย “โชคดี” ไว้ที่ด้านกระจกเว้า และทางด้านกระจกนูนสลักอักษรจีนว่า “เฮง” รับโชคในทุก ๆ ด้าน ไว้อีกด้วย

สิงโตคู่หน้าประตู องครักษ์อันดับ 1 ของวัดจีนครับ

ศิลปะจีนแบบแต้จิ๋ว กับคู่สีที่น่าสนใจ

4 ตรอกเต๊า

สายละครไทยอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านมาบ้าง ไม่ใช่ชื่อโลเคชั่นสมมุติใด ๆ แต่ตรอกเต๊า หรือ ซอยเยาวราช 8 นั้นมีอยู่จริง

เมื่อก่อนถือเป็นย่านสำหรับชายรักสนุกที่วนเวียนเข้ามาหาความสุขชั่วครั้งคราวในตรอกแห่งนี้ ที่เรียงรายไปด้วยซ่องนางโลมยาวตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย มีโคมเขียวโคมแดงห้อยหน้าร้านเป็นพรืด

ด้วยภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้บรรดาผู้ใหญ่พ่อแม่ผู้ปกครอง มักจะพูดย้ำกับลูกหลานเสมอ ๆ ว่าอย่าคิดไปข้องแวะตรอกเต๊าเทียว จะนำความอับอายมาให้ แม้กระนั้นธุรกิจมืดในที่แห่งนี้ก็ยังเปิดรับชายหนุ่มผ่านมาหลายยุคหลายสมัย จนร้างราไปในที่สุด ปิดตำนานย่านการค้าประเวณี

ปัจจุบันสภาพอย่างที่เล่ามาจะไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว ที่ยังคงไว้ก็จะเป็นตึกครึ่งปูนครึ่งไม้สมัยเก่า

ด้านหน้าเป็นวัดจีนบำเพ็ญพรต และภัตตาคารไท้เฮง ร้านอาหารจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องไก่และสุกี้

5 สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย

ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าชาวฮากกาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด แต่มีบันทึกถึงชุมชนชาวฮากกาว่ามีชุมชนตั้งอาศัยอยู่ในสมัยราชวงศ์สุโขทัยเรื่อยมาหลายร้อยปีจนสมัยราชวงศ์จักรี

สมาคมฮากกาเริ่มตั้งเป็นสมาคมเมื่อปี พ.ศ.2413 โดยชาวจีนฮากกาที่อาศัยในประเทศไทยบริเวณย่านวังบูรพา เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งเน้นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อาทิ จัดสร้างโรงเรียน จัดสรรทุนการศึกษาประจำปี สร้างสุสาน สร้างศาลเจ้า และก่อตั้งกองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ

THE FORTUNE COIN BRACELET เหรียญนำโชคจีน เป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่งคั่งร่ำรวย มีอยู่มีกิน เป็นความเชื่อมาแต่โบราณ สลักคำมงคลภาษาจีนลงบนเหรียญว่า จาว ไฉ จิ้น เป่า หมายความว่า กวักเงินกวักทอง ใช้เทคนิคยิงเลเซอร์สลักตัวอักษรจีนลงบนโลหะ ใช้ฟอนต์แบบทันสมัย ตัวล็อกข้อมือทำจากหยกเป็นการเพิ่มคุณค่าทางงานดีไซน์ด้วยอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่

ปัจจุบัน สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ถนนพาดสาย เยาวราช ภายในมีหอประวัติสมาคมฯ และศาลเจ้ากวนอู เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะได้ทุกวันอย่างสงบ

6 โรงงิ้วเก่า เยาวราช

เมื่อพูดถึง “ภาพ” ที่สามารถอธิบายความชัดเจนในความเป็น “เยาวราช” แล้วนั้น ศิลปะการร่ายรำแบบจีน อย่างงิ้วนั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นอารยะของชาวจีนได้อย่างดี การแสวงหาความสุขยามเย็นหลังจากการเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ในสมัยก่อน โรงงิ้ว คือสถานที่ที่ตอบโจทย์นั้น

ในยุคสมัยที่เยาวราชรุ่งเรืองสูงสุด ข้อมูลที่ปรากฏคือ มีโรงภาพยนตร์ 6 โรง และโรงงิ้ว 4 โรง นั่นคือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในสมัยนั้น แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาแทนที่ ความนิยมของการเข้าชมก็ลดลง จนต้องปิดตัวไปตามกาลเวลา ปัจจุบันโรงงิ้วเก่าเยาวราช ที่ตั้งอยู่ระหว่างซอยเยาวราช 4 และซอยเยาวราช 6 ได้ถูกดัดแปลงเป็นที่จอดรถรายชั่วโมง เหลือไว้เพียงแต่โครงสร้างตึกปูนเก่า เศษซากประวัติศาสตร์ยังคงพอมีให้เราเดินเข้าไปชมร่องรอยของอดีตได้เพียงเล็กน้อย

ที่พักอาศัยปูนเก่าเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรืองในอดีตครับ เป็นสถานที่ที่มีมนตร์ขลังจริง ๆ

บริเวณทางด้านหน้าเปลี่ยนเป็นร้านอาหารแผง แม้จะดูไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ผ้าปูโต๊ะสีขาวลายจุดด้านหลัง ป้ายสีแดง กับหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ที่เห็นนี้มันให้บรรยากาศที่เท่พิลึก

7 ชุมชนตรอกโพธิ์

ถัดมาบริเวณด้านข้างของมูลนิธิเทียนฟ้า จะเป็นตรอกเล็กที่สามารถเดินเชื่อมไปยังถนนทรงสวัสดิ์ได้ ชุมชนเล็ก ๆ เพียงแค่ 57 หลังคาเรือนนี้มีชื่อว่า ชุมชนตรอกโพธิ์ อาศัยปลูกเรือนติดกันเป็นชุมชน บ้างก็เป็นบ้านสำหรับอยู่อาศัย บ้างก็เป็นโรงงานอุตสาหกรรมย่อม ๆ ระดับครัวเรือน ร้านอาหาร และร้านค้าโชห่วย

ปัจจุบันความเจริญได้คืบคลานเข้ามายังตรอกนี้ ทำให้บ้านเรือนบางหลังถูกขายออกไป เปลี่ยนมือเจ้าของที่ดิน ทำให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ อย่างโรงแรมและโฮลเทลขึ้น

8 วงเวียนโอเดียน ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา

ปัจจุบัน หากถ้ามีการจัดงานสำคัญบนบริเวณถนนเยาวราชแห่งนี้ จะต้องเริ่มต้นที่วงเวียนโอเดียนนี้ เพราะถือว่าเป็นส่วนหัวมังกร จุดเริ่มต้นของถนนมังกร ความคติความเชื่อชาวจีน

ห่างจากวัดไตรมิตรฯไม่ไกลนักเพียงแค่ข้ามถนน บริเวณจุดตัดของถนนเจริญกรุง ถนนเยาวราช และถนนมิตรภาพไทย-จีน เป็นที่ตั้งของซุ้มประตูจีนสีแดงขนาดใหญ่ เด่นเป็นสง่ายังบริเวณนี้ วงเวียนโอเดียน ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือของชาวไทยเชื้อสายจีน บริษัท ห้าง ร้าน ประชาชน และหน่วยงานราชการ เพื่อถวายเป็นราชสดุดีในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ.2542 ใต้ซุ้มประตูมีอักษรจารึกว่า “เทียน” หมายถึง ฟ้า ตรงข้ามกับคำว่า “ตี้” หมายถึง ดิน ด้านหน้าซุ้มมีสิงโตหยกขาวแกะสลักจำนวน1คู่มอบเป็นที่ระลึกจากรัฐบาลจีน

ข้อดีของการใส่เครื่องประดับอย่างกำไล มันจะสามารถนำมากกว่า 1 ชิ้นมาผสมกันได้ เพื่อให้แมชกับการแต่งตัวมากที่สุด เส้นที่ผมเลือกมาใส่จะมีการใช้สีโทนร้อนมาแมชกับเสื้อสีแดงของผม

ตลอดถนนสายนี้ผมรู้สึกเพลิดเพลินเป็นพิเศษครับ บ้านเรือนที่นี่สวยมาก คิดไปถึงเมื่อครั้งในอดีตที่ที่นี่รุ่งเรืองที่สุด บริเวณนี้คงเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับคนในสมัยนั้น คงเป็นบรรยากาศเหมือนแถวสยามในปัจจุบัน

ร้านค้า รถเข็น และ สตรีทฟู้ดเรียงรายอยู่ทั่วไป ทำให้ได้มุมแปลก ๆ มาเยอะเหมือนกัน

โคมสีแดงตามความเชื่อของจีน ถูกประดับทั่วทั้งเยาวราชแล้วในช่วงเวลานี้ ทุกคนตื่นเต้นกับเทศกาลครั้งสำคัญนี้ครับ

9 เอ็กเต็งผู่กี่ ทรงสวัสดิ์

ร้านกาแฟตึกแถวโบราณที่อยู่คู่เยาวราชมามากกว่า 90 ปี เปรียบดังสภากาแฟของเหล่าอากงอาม่า ที่เข้ามานั่งจิบกาแฟ น้ำชา กินขนมปังปิ้ง ไข่ลวก นั่งทอดอารมณ์และจับกลุ่มพูดคุยกันตามประสาวัยรุ่นปู่ย่า

พูดง่าย ๆ ก็คือคาเฟ่สโลว์ไลฟ์นั่งชิลใช้ชีวิตเนิบ ๆ ของอากงอาม่านั่นเอง โดยเครื่องดื่มจะราคาย่อมเยามาก เริ่มต้นแค่ 14 บาทเท่านั้น ราคากาแฟเย็นอยู่ที่ 20 บาท แต่ถ้าแบบร้อนจะถูกลง 1 บาท เป็น 19 บาท ส่วนรสชาติก็จะเป็นแบบกาแฟคลาสสิกครับ ไม่แน่ใจว่าจะถูกปากมั้ย แต่บรรยากาศนี้ทำให้อินกับความจีนใช้ได้เลย

ร้านนี้หาไม่ยาก เพราะอยู่ตรงแยกเฉลิมบุรีนี่เอง

ความสนุกของการเดินแบบไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็คืออะไรแบบนี้ครับ

คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะเจออะไรข้างหน้า

และกดถ่ายทุกอย่างที่สะดุดเข้ามาในลานสายตา

ไฟนีออนสีเขียวโทนนี้ มีความเฉพาะตัวมากเลยจริง ๆ

ลุคสุดท้ายของวันนี้ครับ เย็นแล้ว ได้เวลาออกไปถ่ายไฟกลางคืนกัน หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าผมใส่กำไลที่ห้อยชาร์ม 8 เหลี่ยม คู่กับลานจอดรถชั้นแปดของเทสโกโลตัสเยาวราช

10 เหล่าเต๊ง

ร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นไชนีส ที่ตั้งอยู่ชั้น 2 และชั้น 3 ของร้านเด็กสมบูรณ์ ข้างร้านก๋วยจั๊บนายเอ็กอันโด่งดัง เจ้าของร้านดัดแปลงตึกแถวเก่าทำเป็นคาเฟ่ติ่มซำ อาหารจีน บนชั้น 2 จ้างเชฟจากฮ่องกงมาครีเอทเมนูโดยเฉพาะ

ส่วนชั้น 3 หลังเวลา17.00น. จะกลายร่างเป็นบาร์ เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชิล ๆ ไฮไลต์ที่น่าจะเป็นที่เดียวของย่านนี้ ก็น่าจะเป็นระเบียงของร้านที่สามารถเดินออกไปรับลมชมวิวถนนเยาวราชด้านล่างได้

บรรยากาศยามค่ำคืนที่จอแจด้วยผู้คนที่ต่อคิวชิมร้านดังต่าง ๆ ก็นับเป็นไฮไลต์ที่เราสามารถสนุกได้ทุกวัย ทุกฐานะ

ไฟนีออนในบรรยากาศที่รายล้อมด้วยมนตร์สะกดแบบจีนคลาสสิค

โพล้เพล้กับท้องฟ้า twilight

ป้ายร้านแนวตั้งแบบจีน

1 วันเต็ม ๆ กับย่านเยาวราชครับ เหนื่อยมากครับ แต่ก็สนุกมากเช่นกันกับเรื่องราวใหม่ ๆ และสถานที่ใหม่ ๆ ที่ผมเองก็เพิ่งมาค้นพบที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน นอกจากภาพสวย ๆ ที่ผมพยายามถ่ายทอด ในฐานะคนไทยเชื้อสายจีนของผม ก็ยังได้เล่าถึงความเชื่อต่าง ๆ ที่ผมมีด้วย จริงอยู่ที่หลายเรื่องไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่ถึงอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้แน่ ๆ และใช้ในทางการแพทย์ด้วย นั่นก็คือ “Placebo Effect” เมื่อเราทานยาหลอก แต่เราไม่ทราบว่านั่นเป็นเพียงเม็ดแป้ง แล้วเราก็เชื่ออย่างสนิทใจว่ามันจะทำให้เราหายจากอาการที่เป็นได้จริง มีคนไข้ส่วนหนึ่งหายจากอาการเหล่านั้นได้จริง ๆ ตามที่คิด เทียบกับเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางต่าง ๆ หากใจเราเชื่อว่าจะเป็นอย่างงั้น โดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ เราก็มีแนวโน้มที่จะทำสิ่งใด ๆ ให้เป็นไปตามที่เราหวังด้วยเหมือนกัน นั่นแหละครับ ข้อดีอันหนึ่งของเครื่องราง

ผมกับ Harmenstone ขอลาไปก่อนนะครับ พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ
รัก, เปียง

#HARMENSTONE #CHINESENEWYEAR
#MATCHSTYLEWITHYOURDOCTOR #PYONGDOCTOR