1 DAY OFF AROUND PLOENCHIT – CHIDLOM1
วันพักในย่านเพลินจิต-ชิดลม
สวัสดีครับ ผมเปียง เชื่อว่าครึ่งปีหลังที่ผ่านมาเป็นช่วงของการปรับตัวสำหรับใครหลายๆคนครับ สำหรับผมก็เช่นกัน กับการกลับมาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางในรั้วจุฬาฯอีกครั้ง ถือเป็นบทบาทใหม่ที่เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังตั้งใจที่จะพยายามหาเวลาว่างช่วงวันหยุดเอาไปทำคอนเทนต์มาเล่าให้ทุกคนฟังอยู่เรื่อย ๆ ครับ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นช่วงเวลาครบรอบ 3 เดือนของการกลับมาทำงานอยู่ในละแวกนี้ครับ เป็นเหมือน milestone ที่ดีของปีนี้เลยทีเดียว ในโอกาสพิเศษนี้ จึงได้ชวนเพื่อนๆหมอ ไปตระเวนเที่ยวด้วยกัน ครั้งนี้ตั้งใจจะหาเวลาไปพักผ่อนใกล้ ๆ กับกิจกรรมต่าง ๆ แถวโรงพยาบาลครับ ประจวบเหมาะพอดีกับเวลาที่ผมได้รับการติดต่อร่วมงานกับบัตรเครดิต Krungsri Signature จึงเกิดเป็นไอเดียที่ว่า ถ้าอย่างงั้น เราลองเอาบัตรนี้ไปใช้เที่ยวใกล้ ๆ อิงตามสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของบัตรไปด้วยทีเดียวเลยแล้วกัน ในครั้งนี้ ผมอยากจะพาทุกคนตามไปชมกิจกรรมในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ค่อนข้างพิเศษกว่าปกติของผมแบบเต็มวัน ด้วยลิสต์สถานที่ยาวเหยียดย่านเพลินจิต-ชิดลมตั้งแต่เช้ายันเย็นครับ
– เริ่มที่กาแฟมื้อแรกในช่วงสายที่ Siwilai City Club ในมุม private ณ Central Embassy กับวิวตึกสูงของย่านเพลินจิต-ชิดลม
– ต่อด้วยตัดผมในร้าน Premium Barber Shop ชื่อดัง T&H Club ของ Truefitt & Hill กับบรรยากาศคลาสสิกที่ตกแต่งออกมาอย่างพิถีพิถันสไตล์อังกฤษ
– ในช่วงเที่ยงผมจะพาไปรับประทานที่ Yamazato ห้องอาหารญี่ปุ่นแบบ fine dining บนชั้น 24 ตึก The Okura Prestige Bangkok ถนนวิทยุ หนึ่งในลิสต์ของ Michelin Plate Thailand 2020
– ย้อนกลับมาสักนิด ที่ Central Embassy กับช่วงเวลาดูหนังที่ Embassy Diplomat Screens โรงหนังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในไทยสำหรับผม กับที่นั่งแบบเตียงนอนพร้อมผ้าห่ม และมินิบาร์
– ช็อปปิ้งเล็กน้อยๆ ที่ Central Chidlom ศูนย์การค้าเครือ Central กับสถาปัตยกรรมคลาสสิค โดดเด่นท่ามกลางตึกสูงในย่านนี้ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ยอดจับจ่ายสูงที่สุดในเครือ
– มาพักผ่อนต่อที่ i.sawan Spa สปาระดับตำนานของ Grand Hyatt Erawan Bangkok กับการผสมผสานการนวดแบบ Thai – Swedish บนแยกราชประสงค์ที่น่าประทับใจมาก ๆ
– ปิดท้ายวันหยุดสุดพิเศษนี้ด้วยดินเนอร์ที่ห้องอาหารนานาชาติชื่อดังกับ lamb ชั้นดีที่เสิร์ฟได้มากเท่าที่ต้องการ ณ The Dining Room ของ Grand Hyatt Erawan Bangkok
ค่อนข้างจุใจกันไปเลยครับกับ 1 วันหยุดที่พิเศษกว่าปกติในคร้วงนี้ ตามผมมาครับ เราไปเที่ยวด้วยกันพร้อมกับฟังเรื่องราวของแต่ละสถานที่พร้อมภาพจากมุมกล้องของผมเองเปียง
#PYONGsPicks
1 DAY OFF AROUND PLOENCHIT – CHIDLOM
1 วันพักในย่านเพลินจิต-ชิดลม
สวัสดีครับ ผมเปียง วันหยุดวันนี้ของผมแน่นด้วยกิจกรรมยาวเหยียดทั้งวันครับ เพลินจิต ชิดลม ย่าน CBD ที่เพียบพร้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุด ที่นี่เป็นย่านที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีครับ ด้วยระยะเวลามากกว่า 10 ปี ที่ผมศึกษาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนถึงจนถึงช่วงทำงานในปัจจุบัน ตามไปชมเรื่องราวและกิจกรรมดี ๆ วันนี้ของผมด้วยกันครับ
โพสต์นี้ได้รับการสนับสนุนโดยบัตรเครดิต Krungsri Signature บัตรที่เรียกว่าเป็นอีกขั้นของอำนาจแห่งการใช้จ่าย อีกประสบการณ์ใหม่ สู่ความเป็นที่สุดของคุณในทุก ๆ ด้านครับ ในเดย์ทริปนี้ มีหลาย ๆ สถานที่ ที่เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ของบัตรด้วยนะ หากคุณเป็นคนที่ชอบมีไลฟ์สไตล์ในการจับจ่ายคล้ายๆกัน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและการเที่ยว คุณอาจจะชอบบัตรใบนี้ครับ ใครสนใจเพียงคลิกสมัครออนไลน์ที่นี่ https://kcc.gg/sig-pyongdoctor สมัครวันนี้ ใช้ครบ 100,000 บาท ภายใน 60 วันได้รับพอยต์เพิ่มอีก 15,000 พอยต์ไปเลยครับ
สรุปคร่าว ๆ ในสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ
– ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 25 บาท ต่อ 1 เซลล์สลิป รับคะแนน “กรุงศรี พอยต์” 1 คะแนน โดยทุก 2 คะแนน สามารถโอนเป็น 1 ไมล์สะสม Royal Orchid Plus , Flyer Bonus Point , AirAsia Big Point และ Asia Mile หรือทุก 3 คะแนน สามารถโอนเป็น 1 JAL Mileage Bank
– บริการห้องรับรอง Royal Silk Lounge @ Suvarnabhumi International Airport หรือสนามบินภายในประเทศ
– รับส่วนลดสูงสุด 50% (ภายใต้เงื่อนไข) ที่โรงภาพยนตร์ Embassy Diplomat Screens และโรงภาพยนตร์ระบบปกติ ในเครือเมเจอร์
– รับเครดิตเงินคืน 2% เมื่อเติมน้ำมันครบ 800 บาท ต่อ 1 เซลล์สลิป ด้วยบัตร ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก
-รับส่วนลดสูงสุด 30% ที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำ อาทิ Grand Hyatt Erawan Bangkok , The Okura Prestige Bangkok (Yamazato Restaurant) และ JW Marriott Hotel Bangkok รับส่วนลดสูงสุด 30% เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่นี่ https://kcc.gg/Dining-Sig
– รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 17% ทุกวัน เมื่อช้อปที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่นี่ครับ https://kcc.gg/Stores-Sig
– บริการ Signature Assistance เลขาส่วนตัวและช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน
– ประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 20 ล้านบาท ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวออกจากบ้านทั้งครอบครัว
T&H CLUB at TRUEFITT & HILL Central Embassy
เริ่มกิจกรรมยามเช้าด้วยการเข้าไปทำตัวเองให้หล่อเนี้ยบก่อนที่นี่ครับ T&H Club ที่ TRUEFITT & HILL ณ Central Embassy ร้านตัดผมชายสไตล์อังกฤษชื่อดังกับการตกแต่งร้านที่ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องชอบ
กระแสของ Men’s grooming สไตล์ Gentlemen’s barber ในไทยช่วง 2-3 ปีนี้ถือเป็นที่นิยมกันมากขึ้นครับ ที่นี่ชูการพลิกภาพลักษณ์ด้าน decoration ของร้านให้เป็นสไตล์คลับสำหรับท่านสุภาพบุรุษแตกต่างจากบาร์เบอร์ภาพจำทั่วไป ท่ามกลางร้านจำนวนมาก ซึ่ง TRUEFITT & HILL เป็นร้านตัดผมสไตล์อังกฤษดั้งเดิม (OLD ENGLISH BARBER SHOP) ระดับท็อปที่ถือเป็นตำนานแห่งความหรูหรา ส่งตรงจากประเทศอังกฤษ ตอบโจทย์ผู้ชายแบบพวกเราที่ค่อนข้างจะห่วงหล่อซักหน่อยครับ ดีขนาดไหน ผมอยากพาไปชมด้านใน
Truefitt & Hill BarberShop Bangkok
TRUEFITT & HILL (ทรูฟิทท์ & ฮิลล์) คือ ร้านตัดผมในรูปแบบ Gentlemen’s club ย่าน St. James ของอังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1805 ถูกบันทึกไว้ใน Guinness World Record ให้เป็นตำนานของร้านตัดผมชายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ระดับเวิลด์คลาส ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ รวมทั้งกลุ่มขุนนางราชวงศ์อังกฤษ จนได้รับตรารับรองจาก The Duke of Edinburgh เน้นการบริการที่หรูหราและ serve ความเป็นส่วนตัวสูงมาก แยกออกมาจากส่วนของ Men’s grooming รวม ให้บริการครบจบใน 1 ห้องแบบ private ตั้งแต่สระผม ตัดผม จนไปถึงสปาผม ทุกอย่างจบบนเก้าอี้ 1 ตัว แน่นอนว่าสำหรับสาขาในไทยนี้ ก็ได้รับการเทรนมาอย่างดีจนคล้ายต้นฉบับครับ
วันนี้ผมรู้สึกยินดีมากครับที่ทางร้าน โดยคุณศกร ทวีสิน ได้มอบหมายให้คุณอนันต์ ช่างทำผมมือหนึ่งที่อยู่คู่กับ T&H มาตั้งแต่เปิดร้าน มาเป็นผู้ดูแลผมในวันนี้ บริการของ T&H จะครอบคลุมทุกส่วน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็น Royal Hair Cut , Head Spa , Royal Face Massage ,Hand Spa , Grooming & Spa , Shaving , Waxing , Ear cleaning , Manicure / Padicure (ทำเล็บมือ เล็บเท้า) ไปจนถึงบริการทางด้านทรีทเมนต์หน้า หรือแม้แต่บริการรับทำความสะอาดรองเท้าสุภาพบุรุษ ก็มีให้อย่างครบครัน ที่สุดของ one-stop service สำหรับสุภาพบุรุษจริง ๆ ครับ
Head Spa ที่ถือเป็นอีกหนึ่ง signature ของที่นี่ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเป็นของแบรนด์ TRUEFITT & HILL ครับ
ความโดดเด่นของการบริการ ไม่ใช่เพียงแค่บริการเหนือระดับอย่างที่ได้กล่าวไว้ แต่ถ้ามองกันจริงๆ จะเห็นได้ว่า ทาง Gentlemen’s Club ไม่ได้ให้ลูกค้าเพียงแค่อย่างที่บาร์เบอร์ชายในแบบ traditional ที่เราเห็นกันมาเพียงแค่ ตัด สระ ปัดผม แล้วก็กลับออกไป แต่ลึกไปกว่านั้น ทางร้านมุ่งเน้นให้เกิดความรู้สึก sophisticated ตั้งแต่แรกก้าวเข้ามา พลิกขนบเดิมๆในภาพจำเหล่านั้น ให้เป็นภาพใหม่ มีความ masculine ที่แฝงด้วยกลิ่นของความจัดเจนในด้านแฟชั่นแบบคลาสสิค รสนิยมในการตกแต่งที่ดี เมื่อลูกค้าเห็นถึงจุดแข็งด้านการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเช่นนี้ ก็ไม่ยากที่จะเกิด brand loyalty กลับมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เปลี่ยนใจไปที่ไหน
ก่อนจะเข้ามาใช้บริการต้องโทรมาจองคิวเสียก่อนนะครับ เพราะถ้า walk-in อาจจะหาช่องว่างยากเสียหน่อย และที่สำคัญคือในส่วนของ Gentlemen’s Club ต้องสมัครเป็นสมาชิกเสียก่อน แต่ถ้าไม่สะดวก ก็ใช้บริการในส่วนของ Men’s Grooming ได้เช่นเดียวกัน ร้านอยู่ชั้น 4 เปิดให้บริการทุกวันตามเวลาเปิด-ปิดของทางห้างครับ
Siwilai City Club
เดินออกมารับประทานกาแฟในสถานที่ที่ 2 Siwilai City Club ร้านโปรดของผมที่มักจะมานั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเพลินๆอยู่เสมอ เป็นสถานที่ที่ค่อนข้าง private และมี ambience ที่ดีมากๆ รายล้อมด้วยการตกแต่งโทนอบอุ่น ขรึม และ สุภาพ ด้วยโต๊ะไม้สีอ่อน กับผนังไม้บุสีน้ำเงินและเขียวไข่กา ตกแต่งแบบ club ย้อนยุคนิด ๆ ที่ดูน่ารักมาก ๆ ครับ
SIWILAI CITY CLUB
พื้นที่ถูกแบ่งออกไปตาม mood ของคลับมากถึง 7 โซน ซึ่งตรงนี้ เป็นส่วนของ City Lounge ให้อารมณ์คล้ายคาเฟ่ผู้ใหญ่หน่อย ๆ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยการดิมไฟลงเล็ก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ไพรเวทมากขึ้น เปิดคลอเพลงจากดีเจที่ทางร้านจัดเวียนมาเสมอ ๆ นอกจากนี้ทุก ๆ วันพุธ ถึง วันศุกร์ ช่วงเวลา 19.00 – 21.00 น. และ วันเสาร์เว้นเสาร์ จะมีวงดนตรีแจ๊สมาช่วยเพิ่มบรรยากาศให้พิเศษน่าประทับใจมากขึ้น
ผมกับ Krungsri Signature ในทุก ๆ สถานที่ในวันนี้ครับ
เครื่องดื่มทาง City Lounge จะมีทั้งแบบค็อกเทล กาแฟ ชา ไวน์ และน้ำสมุนไพรสูตรเฉพาะเพื่อสุขภาพ สามารถสั่งทานคู่กับขนมขบเคี้ยว อาหารทานเล่น กับแกล้มอีกหลากหลายเมนู ถ้าวันไหนตรงกับแมตช์ถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่ดัง ลูกค้าสามารถรับชมการถ่ายทอดบนจอโปรเจกเตอร์ของทางร้านได้เลย สลับกับโปรแกรมฉายภาพยนตร์ที่คัดสรรจากทีม Documentary Club โดยเฉพาะครับ
ถือเป็นอีก 1 ร้านโปรดที่มาเป็นประจำครับสำหรับที่นี่
เที่ยงแล้วครับ ถึงเวลาสำหรับมื้อเที่ยง เดินออกมาจาก Central Embassy เล็กน้อย มาต่อที่ The Okura Prestige Bangkok ในวันนี้ผมเลือก Yamazato Restaurant ครับ เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นที่มีวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งที่ผมอยากชวนทุกคนไปชมกัน
The Okura Prestige Bangkok
Yamazato ห้องอาหารญี่ปุ่นรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ เจ้าของ Michelin Plate ปีล่าสุด ตั้งอยู่บนชั้น 24 ในโรงแรม The Okura Prestige Bangkok
Yamazato Restaurant – Okura
บรรยากาศภายในร้านกับการตกแต่งแนว Japanese minimal
Krungsri Signature มอบส่วนลดในการรับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำ ที่นี่ – The Okura Prestige Bangkok , ห้องอาหารญี่ปุ่น Yamazato รับส่วนลดถึง 10% นอกจากนี้ยังมีที่ Grand Hyatt Erawan Bangkok และ JW Marriott Hotel Bangkok ที่ร่วมรายการ โดยให้ส่วนลดสูงสุดถึง 30% สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ครับ https://kcc.gg/Dining-Sig หรือหากสนใจสมัครบัตรออนไลน์ก็เข้าไปที่ลิงก์นี้ได้เลย https://kcc.gg/sig-pyongdoctor
กลางวันจะมีเป็น lunch set ให้เลือกครับ
เชฟ ชิเงรุ ฮางิวาระ คือหัวหน้าเชฟที่คุมเรือธงของ Yamazato เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารให้สดใหม่ พิถีพิถัน ปรุง และจัดวางด้วยความบรรจง ทั้งในแบบจานเดี่ยว เซตพิเศษ เซตตามฤดูกาลญี่ปุ่น แบบคอร์ส ไปจนถึงแบบเทปันยากิ ซูชิ ซาชิมิ และเมนูปรุงสดจากวัตถุดิบตามฤดูกาล อิงตามseasonนั้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น โซนนั่งรับประทานอาหารเป็นแบบ bay window สามารถมองเห็นวิวของเพลินจิตทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ได้แบบ 270 องศา เป็นอีกห้องอาหารที่มีวิวที่สวยแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
เน้นการเลือกวัตถุดิบพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น รสชาติอาหารที่คงความสม่ำเสมอ การจัดเตรียมอาหารโดยเชฟชาวญี่ปุ่น และเสิร์ฟตามแบบการบริการอาหารถวายในพระราชวังอิมพีเรียล ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ที่เรียกว่า ไคเซกิ เรียวริ ถือเป็นตำนานอาหารเก่าแก่ชั้นสูงของญี่ปุ่นที่แต่เดิมจะจัดเฉพาะในงานเลี้ยงสำคัญระดับประเทศเท่านั้น จนพัฒนาเป็นรูปแบบการเสิร์ฟเมนูอาหารที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกแบบหนึ่ง
บรรยากาศน่าประทับใจบนชั้น 24
Embassy Diplomat Screens
รายการต่อมาครับ หลังจากอิ่มกันแล้วเรียบร้อย บ่ายนี้อยากพาไปดูหนังกันครับ ณ Embassy Diplomat Screens โรงหนังที่ผมรักมากมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แน่นอนครับ ที่นี่ก็ร่วมรายการกับทาง Krungsri Signature เช่นกัน โดยให้ส่วนลดสูงสุด 50% (ภายใต้เงื่อนไข) ที่โรงภาพยนตร์ Embassy Diplomat Screens รวมถึงโรงภาพยนตร์ระบบปกติ ในเครือเมเจอร์อีกด้วยนะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://kcc.gg/sig-pyongdoctor
Embassy Diplomat Screens
จะว่าไปห้าง Central Embassy นี้นอกจากทำเลจะอยู่ใจกลางเมือง สะดวกสบายและหรูหรามากในระดับห้าง Hi-Class แล้ว การนำเอาโรงภาพยนตร์มาตรฐานระดับโลกก็ได้เซตมาตรฐานของการเข้าชมภาพยนตร์ของคอหนังให้สูงขึ้นไปอีกขั้น จากข้อมูลที่พบ เคลมว่า ที่นี่เป็นโรงหนังที่ตั๋วเข้าชมแพงที่สุดในประเทศไทยเลย Embassy diplomat screens เลยนะ ทำไมต้องแพงขนาดนั้น ด้านในเราจะพบคำตอบครับ
ที่นี่มีการผสมการให้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ด้วยการตั้ง Movie Concierge คอยต้อนรับและให้บริการด้านข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะการแนะนำข้อมูลหนังที่สามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าในด่านแรกสุด ก่อนจะตัดสินใจซื้อตั๋วในเรื่องที่ต้องการชม และนำเราส่งไปนั่งพักผ่อนยัง Lounge ที่มีความหรูหรามาก จำลองบรรยากาศเหมือน Kodak Theater ในอเมริกา ซึ่งเราจะเห็นผนังที่ถูกบุเป็นลายขดฟิล์ม เฟอร์นิเจอร์สีทองให้ความหรูหราแบบสไตล์ Art-Deco และมี Butler คอยให้บริการ
ก่อนหนังเริ่ม การนั่งเล่นใน Lounge ที่นี่ เป็นความชิลอย่างหนึ่งเพราะเขามีอะไรให้ทำพอสมควรเลยครับ
ด้านในมีไลน์บุฟเฟต์ย่อม ๆ สำหรับเสิร์ฟอาหารมื้อเล็ก ๆ และเครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มทั้งแบบ alcohol และ non alcohol ถ้าอยากดื่มไวน์หรือเบียร์ ก็รีเควสต์กับ butler ได้
ส่วนชา กาแฟ ผลไม้ ขนมหวาน และอาหารทานเล่นในรูปแบบต่าง ๆ ก็มีให้ทานเยอะมากแน่น tower จริง ๆ
ไปชมภาพยนตร์กันครับ
ภายในโรงภาพยนตร์นั้นเน้นความเป็น ultimate luxury จอภาพและระบบเสียงระดับ world class โซฟาขนาดใหญ่ในแบบที่นอนชมได้อย่างสบายพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่ส่วนตัว ที่สำคัญโซฟาสามารถบังคับด้วยรีโมทในการปรับองศาการนั่งหรือนอนของเราได้เอง นึกภาพเหมือนเรานั่งชั้น business ของสายการบินใหญ่ๆ และมี mini bar ส่วนตัวทุกที่นั่งอีกด้วย
สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาที่นี่ ผมคิดว่าเป็นประสบการณ์ดูหนังที่ยอดเยี่ยมมากๆเลยครับ ลืมภาพของการดูหนังปกติไปได้เลย 2 ชั่วโมงนิด ๆ ผมขอตัวก่อนนะครับ
Central Chidlom
หลังหนังจบก็เริ่มบ่ายแก่ ๆ แล้ว ผมเดินผ่านทางเชื่อมจาก Central Embassy มาที่ Central Chidlom แห่งนี้ครับ ที่นี่หากใครยังไม่ทราบ อยากเล่าให้ฟังนิดหนึ่งว่า ที่นี่นับเป็นศูนย์การค้าย่านชิดลมที่อยู่คู่คนไทยมานานมากที่สุดนะครับ เปิดให้บริการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2517 บนเนื้อที่เพียงแค่ 7 ไร่ เริ่มแรกมีแค่ 4 ชั้นเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นห้างเซ็นทรัลที่มียอดจับจ่ายที่สูงเป็นอันดับ 1 ของเซ็นทรัลเลยทีเดียว สมัยแรกเริ่มเปิดห้าง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของห้างถูกเรียกติดปากว่า ตึกกระเบื้องส้ม คือเป็นอาคารที่บุกระเบื้องสีส้มทั้งหลัง ต่อมาปี 2538 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ห้าง จนต้องหยุดฟื้นฟูตัวอาคาร รีโนเวทจนเริ่มเปิดใหม่ในปี 2541 ในดีไซน์ของตึกที่เราเห็นในปัจจุบันใช้พื้นที่ช้อปปิ้งเต็ม 7 ชั้น
Central Department Store
จุดนี้นับเป็นอีกมุมที่น่ามาถ่ายรูปในย่านนี้ครับ
ตึกกระเบื้องส้มในตำนาน ที่ยังสวยงามโดดเด่นมากๆ ท่ามกลางตึกสูงสมัยใหม่ละแวกนี้
เซ็นทรัลชิดลมเป็นห้างที่ผมมาเดินบ่อยมากครับ เพราะชอบการจัดวาง layer ของสินค้า และการเลือกของสินค้าที่เอามาโชว์ มันทำให้เรารู้สึกอะไรก็น่าจับจ่ายไปหมด เสียมาก็มากแล้วกับห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ใครเป็นนักช้อปตัวยงผมแนะนำเลยครับ เพราะบัตรเครดิต Krungsri Signature มอบเครดิตเงินคืนรวมสูงสุดถึง 17% ทุกวัน https://kcc.gg/Stores-Sig
แน่นอนครับ บัตรใบนี้ได้ทำหน้าที่ของมันในการเก็บแต้มบัตรอีกแล้ว ไม่อยากให้ทุกคนพลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ แบบนี้เลยครับ https://kcc.gg/sig-pyongdoctor
สถานีบริการน้ำมันบางจาก
ที่นี่เป็นอีกที่ที่ผมจะการเล่าถึงอีกสิทธิประโยชน์ของตัวบัตรครับ เพราะบัตรใบนี้ร่วมรายการกับการเติมน้ำมันที่บางจากนั่นเอง โดยให้สิทธิพิเศษเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร ณ สถานีบริการน้ำมันบางจาก เมื่อเติมน้ำมันครบ 800 บาทต่อ 1 เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 2% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://kcc.gg/sig-pyongdoctor
Bangchak
มีเกร็ดความรู้เล็กน้อย สำหรับคนที่ใช้รถหรือไม่ใช้รถก็ตามครับ สถานีบริการน้ำมันบางจาก หรือ เราเรียกง่ายๆว่า ปั๊มบางจาก ชื่อนี้คุ้นหูคุ้นตากันมานาน นับถึงปัจจุบันก็ 36 ปีแล้ว มุ่งเน้นจำหน่ายน้ำมันในกลุ่มพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่มีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Greenovative Experience” มีส่วนร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
เติมน้ำมันแล้วเดินทางต่อได้ ไปสถานที่ท้ายๆของวันกันครับผม
สวัสดีกับช่วงเย็นวันนี้ครับ ผมอยู่ที่ Grand Hyatt Erawan Bangkok สี่แยกราชประสงค์ครับ และนี่คือบรรยากาศความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ lobby ของโรงแรม ผมมาที่นี่มีจุดประสงค์ 2 ข้อครับ ผมชวนกันมาทำสปาแล้วต่อด้วยดินเนอร์กัน
Grand Hyatt Erawan Bangkok
รักบรรยากาศที่นี่ สวยงามทุกมุมมอง
i.sawan Residential Spa & Club
อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากพาไปชมในวันนี้ครับ นับเป็นสปาที่ได้รับคำชมมาอย่างมากจากหลาย ๆ คน ถึงความดีงามในทุก ๆ แง่มุม มีสปาหลายแพกเกจ การนวด ทรีทเมนต์ ความงาม และที่พักสุดหรูรวมกันไปแบบ whole package ได้เลยครับ ไอยสวรรค์ สปา เปรียบตัวเองเป็น “ดินแดนสรวงสวรรค์ชั้น 5” ที่เน้นความ luxury ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การต้อนรับ การแนะนำแพกเกจ ห้องสปา ห้องนวด ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ห้องเสริมความงามแบบบิวตี้ซาลอน และพื้นที่นั่งพักผ่อน
บรรยากาศสงบเหมือนได้หลีกหนีจากความวุ่นวาย แต่ความเป็นจริงคือตัวสปานั้นตั้งอยู่ชั้น 5 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ใจกลางเมือง แต่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในรีสอร์ตที่สงบ ๆ เหมือน “เขตปลอดความวุ่นวาย” เอาตัวห่างจากเมืองใหญ่ออกไปอย่างน่าเซอร์ไพรส์มาก
ผมเลือก Essence of i.sawan โหมดการนวดขึ้นชื่อของแบรนด์ ที่เป็นการนวดน้ำมัน มีการผสมผสานเทคนิคแบบไทย และ Swedish ทำให้สร้างแก้อาการปวดได้แบบนวดแผนไทย ในขณะเดียวกัน ยังให้ความรู้สึกเบาสบายคลายกังวล เป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่นี่ครับ
หลังจากนี้ 1-2 ชั่วโมง เจอกันใหม่ครับ ผมขออนุญาตครับ
หลังจากออกมาก็เริ่มค่ำแล้ว กลับลงมาที่ lobby โรงแรมอีกครั้งสำหรับรับประทานดินเนอร์ครับ
The Dining Room
กล้าการันตีได้ว่า นี่ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดควรค่าแก่การนำเสนอ นั่นก็คือ บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติของห้องอาหาร The Dining Room ครับ เป็นอีกห้องอาหารที่เปิดมานานและอยู่ในใจของ buffet lover มาตลอด ทั้งนี้ก็เพราะการเข้มงวดกับคุณภาพของอาหารและการควบคุมรสชาติอาหารที่คงเส้นคงวา มาตรฐานระดับนี้ทำให้ลูกค้าที่มี loyalty กับที่นี่แวะเวียนมาทานอย่างสม่ำเสมอ
บรรยากาศโดยรอบของห้องอาหาร คึกคักทุกวันโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ครับ สำหรับที่นี่ เป็นอีกห้องอาหารที่ร่วมรายการกับ Krungsri Signature ด้วยนะครับ
ไลน์อาหารของที่นี่มีทั้ง อาหารไทย จีน ตะวันตก ญี่ปุ่น จำพวกซาชิมิ และ ซูชิ จัดแต่งจานแบบง่ายๆไม่เน้นหวือหวา วัตถุดิบนำเข้าจากหลาย ๆ แหล่งที่เหมาะสมยังต่างประเทศ โดยนักชิมสามารถเลือกเข้ามาทานได้สะดวกทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และเย็น โดยในช่วงโควิด-19 นี้ พนักงานจะเป็นผู้ดูแลการตักอาหารนำมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า อันเป็นนโยบายสำคัญอันแสดงถึงความห่วงใยของทางโรงแรมอย่างดียิ่งครับ
ความน่ารักของเชฟคือการที่เขาลงมาคุยกับลูกค้าและเสิร์ฟอาหารบางจานด้วยตัวเองนะครับ
ที่สุดคงเป็น lamb ที่อร่อยมาก ๆ ของที่นี่ครับ เสิร์ฟมากเท่าที่ต้องการด้วยนะ
เชฟมาเสิร์ฟเองถึงโต๊ะครับ เมนูที่เห็นคือ truffle risotto ครับ หอม กลมกล่อม juicy
จบไปครับ กับ 1 วันหยุดพิเศษแบบกิจกรรมแน่นเอี้ยดของผมรอบโซนเพลินจิต ชิดลม มีใครชอบสถานที่ไหนเป็นพิเศษบ้างไหมครับ ตามกันไปดูนะครับ ที่รวบรวมมา คิดว่าหลายๆคนน่าจะชอบกันครับ
ก่อนจากไปกับคอนเทนต์ ขอฝากบัตรเครดิต Krungsri Signature บัตรที่รวบรวมอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับการจับจ่ายเกี่ยวกับพรีเมียมไลฟ์สไตล์มากมายไว้ด้วยนะครับ ใครที่ชอบอะไรแบบนี้ ผมมีแล้วนะครับ คุณตามไปสมัครกัน https://kcc.gg/sig-pyongdoctor
สมัครวันนี้ ใช้ครบ 100,000 บาท ภายใน 60 วันได้รับพอยต์เพิ่มอีก 15,000 พอยต์ไปเลยครับ
แล้วพบกันใหม่คอนเทนต์หน้านะครับ
เปียง