LIPE 2

LIPE
หลีเป๊ะ ตอนที่ 2
สวัสดีครับ ผมเปียง กลับมาสู่ภาคต่อในทริปหลีเป๊ะของผมครับ หากใครยังไม่ได้ชมพาร์ทแรกกัน เข้าไปตามได้ที่นี่เลยครับ
LIPE Part I : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4135415843188358&id=1628992790497355&sfnsn=mo
สำหรับในตอนที่ 2 จะเป็นตอนที่ผมจะพาทุก ๆ ท่านออกไปชมพื้นที่รอบ ๆ เกาะครับ แน่นอนว่ามาเที่ยวทะเล สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการผจญภัยในโลกใต้น้ำครับ เกาะหลีเป๊ะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและความสมบูรณ์ของปะการัง พร้อมด้วยระบบนิเวศที่ดีเยี่ยม จึงเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าปลาน้อยใหญ่นานาชนิด เพราะฉะนั้นไฮไลต์หนึ่ง หากมาเยือนหลีเป๊ะทั้งที ผมแนะนำว่า ต้องมีซักวันครับ ที่จะได้ออกทะเลไปชมเกาะต่าง ๆ กัน
snorkeling ชมปะการังที่เกาะหลีเป๊ะถือเป็นความสวยงามอันดับต้น ๆ ในไทยครับ สำหรับที่หลีเป๊ะ รับประกันได้เลยว่าเราจะได้เห็นปะการังหลากสี และ ปลาน้อยใหญ่มากมายใต้ท้องทะเลครับ ปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว และปลาเล็กปลาน้อยหลากชนิด สีสันสวยงาม แหวกว่ายให้เราเห็นได้ทั่วไปแบบใกล้ ๆ เลย เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก ผมขอเรียกมันว่าเป็นความสวยงามแบบหาดูได้ยากครับ จุดต่าง ๆ เรียงรายตามเกาะน้อยใหญ่ล้วนอยู่ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง บนแถบของเกาะหลีเป๊ะทั้งสิ้น โดยทริปดำน้ำจะมีด้วยกัน 2 โซน คือโซนใน และ โซนนอก แต่ละโซนจะมีจุดดำน้ำ และความสวยงามของปะการังที่แตกต่างกันไป สำหรับทริปของผมได้รอบที่เอาทั้ง 2 เส้นทางนี้ผสมกันครับ
ทริปเกาะของเราจะไปสำรวจตามจุดชมปะการังทั้งหมด 4 ที่ด้วยกันครับ อาจไม่ได้นำภาพมาให้ชมเยอะ เพราะกล้องผมไม่ได้เหมาะกับการถ่ายใต้น้ำ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ไม่ได้เก็บภาพเหล่านั้นมาฝากทุกคนได้ชมกัน รวมถึงไม่มีกล้องโดรน เก็บมุมสูงมาฝาก แต่เอาเป็นว่าลองฟังคำบรรยายต่าง ๆ กับดูบรรยากาศเหนือน้ำในมุมสายตาปกติที่ผมเห็นไปแทนนะครับ ผมคิดว่าก็โอเคนะครับ ไล่ไปจากเกาะหินงาม เกาะที่มีแต่หินอัคนีสีดำ แวววาวรับกับแสงอาทิตย์ เกาะรอกลอย เกาะเล็ก ๆ ที่มีเนินเขาไม่สูงมาก ง่ายพอที่จะปืนขึ้นไปชมทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตา เกาะดงและอ่าวลิง เกาะที่เต็มไปด้วยไม้โกงกางยื่นลงไปในชายหาดกับน้ำใสกิ๊งเหมือนน้ำเปล่า เกาะหินซ้อน สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติในไทยจากกระบวนการทางธรรมชาติแต่โบราณ จุดดำน้ำทั้ง 4 ที่บริเวณเกาะผึ้ง เกาะยาง เกาะอาดัง และ ร่องน้ำจาบัง กับปะการังเจ็ดสีที่สามารถพบได้ไม่กี่แห่งในไทยด้วยการดำน้ำแบบ snorkeling
ทาครีมกันแดดให้พร้อม แดดค่อนข้างร้อนนะครับวันนี้ ตามไปชมเกาะต่าง ๆ และไปดูปะการังด้วยกันครับ
เปียง
Location
เกาะหินงาม
เกาะรอกลอย
เกาะหินซ้อน
เกาะดง อ่าวลิง
จุดดำน้ำ
เกาะผึ้ง
เกาะยาง
อ่าวสอง เกาะอาดัง
ร่องน้ำจาบัง
#LIPE #PYONGDOCTOR


อะไรคือเสน่ห์ของหลีเป๊ะ?

วันนี้หยิบเอามาเล่าให้ฟังให้เป็นหนึ่งใน Bucket List Destination ครับ เกาะหลีเป๊ะ ถือเป็นเกาะที่อยู่ตอนใต้สุดบนทะเลอันดามันของไทย เป็นหนึ่งในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ที่นี่ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องความสวยงามของทะเลและเกาะแก่งต่าง ๆ ที่หาที่ไหนเทียบไม่ได้อีกแล้ว คงจะเป็นเรื่องการดำน้ำดูปะการังแบบ snorkeling ด้วยระบบนิเวศทางทะเลที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ทำให้เรายังสามารถมองเห็นปะการังและปลาหลากสีตามธรรมชาติได้ทั่วไปในจุดดูปะการังต่าง ๆ ปลานกแก้ว และ ปลาการ์ตูน ว่ายน้ำให้เราเห็นได้ปกติเลยที่หลีเป๊ะ ถือว่าเป็นเแหล่งที่มีปะการังสวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทยก็ว่าได้ครับ


บรรยากาศมุมสูงจากเกาะรอกลอยครับ


อ่าวลิง ที่เกาะดง กับบรรยากาศชิล ๆ ริมทะเล


และจุดดำน้ำต่าง ๆ ที่ผมไปมาครับผม เราลองไปดูด้านในการแบบเต็ม ๆ กันครับ


สำหรับหลีเป๊ะ ผมคิดว่าช่วงเวลาที่นี่ไม่ควรต่ำกว่า 3 วัน 2 คืนครับ เหตุผลแรกเลยก็คือ การเดินทางไปหลีเป๊ะไม่ง่าย คนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน เสร็จสรรพราว ๆ 5-6 ชั่วโมงกว่าถึงจะถึงเกาะ วันแรกอยู่บนเกาะ และวันที่ 2 ควรออกเรือไปชมเกาะรอบ ๆ และกลับในวันที่ 3 ครับ จากภาพในอัลบั้มนี้ คือวันที่ 2 ของทริปผมครับ เป็น day trip ใช้เวลาทั้งวันตั้งแต่ราว ๆ 9.00 น. – 16.00 น.


ปกติทริปดำน้ำจะมีด้วยกัน 2 โซน คือโซนใน และ โซนนอก ซึ่งแต่ละโซนจะมีจุดดำน้ำและความสวยงามของปะการังที่แตกต่างกันไป สำหรับทริปของผมได้รอบที่เอาทั้ง 2 เส้นทางนี้ผสมกันครับ สำหรับทริปดำน้ำ ผมแนะนำให้ถามทางโรงแรมที่เข้าพัก หรือ อาจจะค้นหาง่าย ๆ ใน internet ก็ได้ครับ


อะไรคือเสน่ห์ของหลีเป๊ะ? วันนี้เราจะไปหาคำตอบกัน


เกาะหินงาม

เกาะแรกของเราครับ เกาะหินงาม อยู่ห่างจากเกาะหลีเป๊ะ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติ มีหินที่เกิดขึ้นจากการขัดเกลาของธรรมชาติ หินทุกก้อนบนเกาะแห่งนี้จะถูกน้ำเซาะและขัดสีจนเกลี้ยงเกลา มีมากมายหลายขนาด หลากสีสัน และสารพัดรูปทรง ซึ่งถูกคลื่นซัดมากองรวมกันที่ชายหาดเป็นจำนวนมากบนเกาะหินงามนี้


ยังมีตำนานความเชื่อเล่าขานกันว่า หากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะแห่งนี้ ผู้ใดนำหินออกไปจากเกาะ ก็ให้รีบนำกลับไปไว้ยังสถานที่เดิม มิฉะนั้นจะเกิดสิ่งไม่ดีครับ


เวลาที่หินถูกเคลือบด้วยน้ำและสะท้อนแสงอาทิตย์ ดูแวววาวสวยงามเป็นพิเศษ


แวะสั้น ๆ ที่เกาะแรก แล้วเดินทางต่อครับ


ราว ๆ 30 นาที เรามาถึงที่นี่ครับ เกาะรอกลอย ดูสีน้ำที่นี่สิครับ


เกาะรอกลอย เกาะเล็ก ๆ ที่มีเนินเขาไม่สูงมาก ง่ายพอที่จะปีนขึ้นไปชมทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตา


วิวจากด้านบน งดงามมากครับ


ทริปนี้ผมได้ไปจุดดำน้ำหลายจุด ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 จุดด้วยกัน เที่ยวไปเรื่อย ๆ แบบกระจายตลอดทั้งวัน ขึ้นเกาะแล้วคั่นด้วยดำน้ำไปเรื่อย ๆ ไล่ตั้งแต่เกาะผึ้ง เกาะยาง อ่าวสอง เกาะอาดัง และร่องน้ำจาบัง


แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้เก็บภาพปะการังมาฝากครับ เนื่องจากไม่ได้นำกล้องถ่ายใต้น้ำมา ขอรวบพูดรวม ๆ ในพาร์ทนี้แทนครับ


อย่างที่บอกตั้งแต่แรก snorkeling ชมปะการังที่เกาะหลีเป๊ะนี้ ในเรื่องความสวยงามถือเป็นอันดับต้น ๆ ในไทยครับ สำหรับที่หลีเป๊ะ รับประกันได้เลยครับว่าเราจะได้เห็นปะการังหลากสี และ ปลาน้อยใหญ่มากมายใต้ก้นท้องทะเลครับ ปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว และปลาเล็กปลาน้อยหลากชนิดสีสันสวยงาม แหวกว่ายให้เราเห็นได้ทั่วไปแบบใกล้ ๆ เลย เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก ผมขอเรียกมันว่าเป็นความสวยงามแบบหาดูได้ยากครับ จุดต่าง ๆ เรียงรายตามเกาะน้อยใหญ่ล้วนอยู่ในช่วงระยะ 1 ชั่วโมง ในแถบเกาะหลีเป๊ะทั้งสิ้น


ร่องน้ำจาบัง ถือเป็นจุดดำน้ำที่กระแสน้ำค่อนข้างไหลแรง แต่มีเชือกล้อมและเรียงร้อยไว้ให้นักท่องเที่ยวจับตลอดแนวตอนดำน้ำ แต่ที่เป็นไฮไลต์ก็คือ ปะการังอ่อนเจ็ดสีครับ หากสภาพอากาศเป็นใจ น้ำไม่ขุ่นเกินไป เราจะได้เห็นพวกเขาชัด ๆ ครับ เรียกได้ว่าเป็นเพียงไม่กี่แห่งที่เราสามารถพบเห็นได้ในไทยในแบบ snorkeling ปกติจะพบได้ก็จากการดำน้ำลึกมากกว่า หากแต่ในโซนอื่น ๆ ปะการังก็มีสีสันสวยสดใสไม่แพ้กันครับ


มีแค่ภาพเดียวจากกล้องฟิล์มกันน้ำของเพื่อนครับ


เก็บภาพจากกล้องฟิล์มมาได้อีกเล็กน้อย


หลังจากดำน้ำ ผมมาถึงเกาะดง อ่าวลิง เป็นเกาะที่ทริปนิยมให้มาหยุดพักรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นี่


น้ำและท้องฟ้าสีสดใสตลอดทั้งวัน


บรรรยากาศโดยรวมร่มรื่นมาก ๆ ทรายสีขาว และน้ำสีใสเหมือนน้ำเปล่าเลยครับที่นี่


บรรยากาศสุดชิลบนเกาะดงครับ


แล่นเรือออกมาเพื่อดำน้ำในอีกหลาย ๆ จุด อย่างที่ผมได้เล่าไปก่อนหน้านี้ครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นปลานกแก้วตัวจริงในธรรมชาติ


ถึงแม้สีน้ำโซนนี้จะมีสีเขียวมรกต แต่ด้วยความใสของมัน ทำให้มองเห็นลึกลงยังโขดหินด้านล่างเลยทีเดียว


เรือแล่นช้า ๆ ให้เราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามในบริเวณนี้


ก่อนจะจบทริปไป ผมพามาเจอกับสิ่งนี้ครับ เกาะหินซ้อน


เกาะหินซ้อนเป็นแนวโขดหินกลางทะเลแบบไม่มีชายหาดรอบเกาะ หากมองดูจะเห็นคล้ายกับเรือดำน้ำกำลังลอยอยู่กลางทะเล ชาวบ้านจึงเรียกเกาะหินซ้อนว่า “กองหินเรือดำน้ำ” เราจะเห็นหินก้อนใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมที่วางซ้อนกันอยู่ราวกับจับวาง แต่ทั้ง ๆ ที่หินก้อนล่างเริ่มมีการแตกร้าว หินก้อนบนก็ไม่ยอมหล่นลงมา เป็นความแปลกที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นอย่างสวยงามลงตัวครับ และเกาะหินซ้อนแห่งนี้ ยังได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves ) นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมาครับ


โขดหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่กลางมหาสมุทรครับ เป็นภาพที่เราจะเห็นได้เรื่อย ๆ ตามเกาะต่าง ๆ ในแถบหลีเป๊ะ สวยงาม ยิ่งใหญ่ เป็นความงดงามตามธรรรมชาติที่น่าประทับใจ


จบไปกับทริปหลีเป๊ะของผมครับ 3 วันที่มีคุณภาพ กับการพักผ่อนและการออกมาเจอโลกกว้างที่ไม่คุ้นเคย บรรยากาศใหม่ ๆ และความสวยงามของธรรมชาติใต้ท้องทะเล ทำให้มันกลายเป็นความทรงจำที่พิเศษของผม แม้ผ่านมาเป็นเดือนกว่า ๆ แล้ว แต่ยังจำเวลาตอนนั้นได้ดี

หวังว่าจะเป็นไอเดียที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่คุณชอบนะครับ เมื่อไหร่ที่ทุกอย่างโอเค สัญญาว่าจะพาไปเที่ยวใหม่ในทริปต่อ ๆ ไป

วันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ และพบกันใหม่คอนเทนต์หน้าครับ

เปียง

#LIPE #PYONGDOCTOR

LIPE Part I : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4135415843188358&id=1628992790497355&sfnsn=mo

Leave a comment