BANYAN TREE PHUKET
เหมืองดีบุกเก่าสู่ที่พักระดับไฮเอนด์ ณ เกาะภูเก็ต
สวัสดีครับ ผมเปียง กลับมากันที่ภูเก็ตกันอีกครั้งนะครับสำหรับคอนเทนต์นี้ ผมขอพาทุกท่านไปชมบรรยากาศที่พักที่ผมประทับใจมาก ๆ ที่ผมไปเยือนเมื่อหลายเดือนก่อน Banyan Tree Phuket ที่พักที่เรียกได้ว่าเป็นระดับตำนานของจังหวัดภูเก็ตกับความเหนือระดับในแต่ละแง่มุมที่ผมอยากนำมาเล่าให้คุณฟังครับ ขอขอบพระคุณงาน “TROPICAL ILLUSION” LEISURE PROJECTS, KANAPOT & NARONG presented by Banyan Tree Phuket สำหรับทริปและประสบการณ์พิเศษในครั้งนี้ครับ
เน้นความยั่งยืนนับแต่จุดเริ่มต้น
เมื่อ 30 ปีที่แล้วผู้ก่อตั้ง ได้ซื้อพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันกว้างใหญ่ในภูเก็ตที่มีทะเลสาบสีฟ้าโคบอลต์เฉดเข้มที่สุด แต่กลับพบว่าความงามไม่ได้มาจากธรรมชาติ หากแต่เป็นมลพิษจากการทำสัมปทานเหมืองดีบุกของผู้เช่าคนก่อน แทนที่จะเดินจากไป Banyan Tree อุทิศตนเพื่อชำระดินที่เป็นกรด เริ่มพัฒนาพื้นที่ โดยปลูกต้นไม้มากกว่า 7000 ต้น จากการพลิกฟื้นผืนดินเช่นนี้ Banyan Tree ได้เปลี่ยนพื้นที่รกร้างทางนิเวศแห่งนี้ให้กลายเป็นรีสอร์ต Banyan Tree ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในปี 1994 และยังคงแนวคิดที่เข้มแข็งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบัน Banyan Tree Phuket เป็นหนึ่งในรีสอร์ต hi-end ไม่กี่แห่งในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะจากชาวต่างชาติ
ความพิเศษของ Banyan Tree Phuket คืออะไร
พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาสีเขียวชอุ่มริมหาดบางเทา ครอบคลุมเหมืองแร่เก่า ที่ปัจจุบันเป็นลากูนขนาดใหญ่ ณ กลางรีสอร์ต บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ที่เราไม่สามารถเดินดูทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง แต่มีรถกอล์ฟมาช่วยพาเราเดินทางไปรอบ ๆ รีสอร์ตแห่งนี้ครับ ภาพรวมอาจจะดูคล้ายกับโรงแรม 5 ดาวที่ได้มาตรฐานทั่วไป หากแต่จุดเด่นของที่นี่คือห้องพักที่จะเป็นแบบ pool villa ทั้งหมด ให้ความพิเศษแก่การพักผ่อน และเป็นส่วนตัวมาก เหมาะสำหรับแขกที่ต้องการใช้เวลาของการมาพักผ่อนอย่างเต็มที่ สามารถใช้เวลาภายในวิลล่าส่วนตัว แบบไม่ต้องก้าวขาออกไปที่ไหนเลยก็ได้ ยกเอาความหรูหราครบครันมาไว้ในตัวรีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแบบพูลวิลล่าอย่างที่กล่าวมาแล้ว ห้องอาหาร, สปา, ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำ รวมไปถึงกิจกรรมที่เหมาะกับการพักผ่อนในรูปแบบต่าง ๆ
หนึ่งในที่พักแบบ Thai contemporary ที่ผสานสไตล์แบบไทย ให้ดูทันสมัยและแตกต่างครับ ห้องพักทุกหลังดีไซน์เป็นแนวไทยรีสอร์ต เราจะเห็นหน้าจั่ว กระเบื้อง ภาพวาด และ ลายเส้นต่างๆ ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นไทยในทุก ๆ มุมของ Banyan Tree Phuket ในมุมมองของต่างชาติ แน่นอนมันเป็นสิ่งที่เขาชอบกันอยู่แล้วเพราะเขาอยากมาเที่ยวไทย แต่สำหรับคนไทยแบบผม ก็ไม่ได้เห็นว่าดีไซน์แบบนี้จะดูน่าเบื่อ แต่กลับรู้สึกชื่นชมด้วยซ้ำที่การออกแบบที่เริ่มมานับ 30 ปีก่อน วันนี้ยังดูไม่เชย ดู timeless โดยแต่ละวิลล่ามีที่ขนาดพอ ๆ กับบ้านเดี่ยวหนึ่งหลังครับ โดยทุกหลังจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัว เป็นความขัดที่ลงตัวของที่นี่ ถูกเซตบรรยากาศให้อยู่ท่ามกลางสวนป่าเขตร้อน สำหรับวิลล่าที่ผมพัก เป็นไทป์พิเศษในชื่อว่า Doublepool Villa กับพื้นที่วิลล่าขนาดใหญ่มากถึง 1500 ตารางเมตร มีถึง 2 สระในหลังเดียว สระหนึ่งเป็นสระที่สร้างล้อมรอบห้องนอนที่เป็นปีกแยกออกมา และอีกสระหนึ่งเป็นสระใหญ่ริมทะเลสาบ ทั้งหมดในวิวทิวทัศน์สวยงามอลังการแบบที่ผมไม่ได้พบบ่อย
และ ความพิเศษของ Banyan Tree Phuket ที่เหลือคืออะไร ลองตามไปชมด้านในกับผมกันครับ
เปียง
#BANYANTREEPHUKET
#STAYCATIONINGWITHPYONG
#PYONGDOCTOR
BANYAN TREE PHUKET
เหมืองดีบุกเก่าสู่ที่พักระดับไฮเอนด์ ณ เกาะภูเก็ต
Banyan Tree Phuket
พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาสีเขียวชอุ่มริมหาดบางเทา ครอบคลุมเหมืองแร่เก่าที่ปัจจุบันเป็นลากูนขนาดใหญ่ ณ กลางรีสอร์ต
Doublepool Villa ที่ผมพัก เมื่อเข้ามาจากทะเลสาบ
หากพร้อมกันแล้ว เราลองไปชมเรื่องราวของที่นี่กันครับ
ก่อนอื่น ขอขอบพระคุณงาน “TROPICAL ILLUSION” LEISURE PROJECTS, KANAPOT & NARONG presented by Banyan Tree Phuket สำหรับทริปและประสบการณ์พิเศษในครั้งนี้ครับ ผมในลุคของแบรนด์ Leisure Project กับการหยิบจับนำแรงบันดาลใจของกีฬาโต้คลื่นมาใช้เป็นแรงบันดาลใจของคอลเลคชั่นนี้
Shirt Leisure Projects
#LeisureProjects
คำว่า Banyan Tree หมายถึง ต้นไทร ต้นใหม่ขนาดใหญ่ที่มีรากหยั่งลึก อันปรากฎในตำนานมากมายของทางฮินดู ถือเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนของความเป็นนิรันดร์ ความหมายแห่งชีวิต และความรู้แจ้ง เฉกเช่นเดียวกับสิ่งที่แบรนด์ได้สื่อสารออกมาผ่านการออกแบบและการบริการที่เกิดขึ้นในรีสอร์ต “A Sanctuary For The Senses” ทำให้การพักอยู่ที่ Banyan Tree ไม่ใช่การเพลิดเพลินกับการพักผ่อนที่เหนือระดับเท่านั้น แต่ยังมีการสอดแทรกคติในเชิงความรู้สึกและจิตวิญญาณให้เราสัมผัสได้อีกด้วย
ณ บริเวณ lobby หลักของรีสอร์ตครับ สำหรับ แบรนด์ Banyan Tree เป็นแบรนด์จากประเทศสิงคโปร์ ภายใต้เครือนี้มี Hotels & Resorts 29 แห่ง ใน 10 ประเทศทั่วโลก เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมการบริการและสปา ซึ่งบริหารจัดการรีสอร์ตและโรงแรมมากกว่า 48 แห่ง สปา 64 แห่ง ร้านค้าปลีก 74 แห่ง และสนามกอล์ฟระดับแชมป์โลก 3 แห่ง ใน 28 ประเทศ
ที่พักแบบ Thai contemporary ที่ผสานสไตล์แบบไทย ให้ดูทันสมัย และแตกต่างครับ ห้องพักทุกหลังดีไซน์เป็นแนวไทยรีสอร์ต ซึ่งเดิมเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่ดีบุกมาก่อน และได้รับการพัฒนาพื้นที่ ให้สามารถใช้งานต่อได้โดย Banyan Tree ถือเป็นแนวคิดที่พิเศษมาก ๆ ที่ทางแบรนด์ได้เริ่มไว้ตั้งแต่ปี 1994 และยังคงแนวคิดที่เข้มแข็งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบัน Banyan Tree Phuket เป็นหนึ่งในรีสอร์ต hi-end ไม่กี่แห่งในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะจากชาวต่างชาติ
ทะเลสาบเหมืองแร่เก่า ที่ปัจจุบันมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพืชพันธุ์ และภูมิทัศน์ ปลาเล็กปลาน้อยดูว่ายอย่างมีความสุขบนสรรพสิ่งแวดล้อมที่ลงตัว
เดินทางเข้าสู่วิลล่าของเรากันด้วย buggy รับส่งภายในรีสอร์ต
วิลล่าแต่ละหลังถูกตั้งชื่อตามดอกไม้นานาชนิดครับ ของผมชื่อ Liatris หรือ ลิอะทริส ดอกไม้เมืองหนาวชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นช่อยาวคล้ายก้านธูป บานจากยอดลงล่าง ดอกสีม่วง ครับผม จะเห็นว่ามีจักรยานเอาไว้ปั่นเล่นรอบรีสอร์ตด้วย
ทางเข้าด้านหน้าวิลล่าครับ เป็นทางยาวประมาณ 20 เมตร
ภายในตกแต่งอย่างสวยงามหรูหราด้วย element ของความเป็นไม้ โลหะ และหินอ่อน แทรกด้วยงานศิลปะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ดูดีลงตัวครับ ขนาดวิลล่า 1500 ตารางเมตร ถือเป็นวิลล่าสำหรับ 2 คนที่ใหญ่มาก ๆ ครับ มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ที่แยกจากกัน
Jacket Leisure Projects
วิลล่าทรงไทยที่พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
พูลหลักของวิลล่าเป็นทรงยาวยื่นไปในทะเลสาบ ราว ๆ 20-30 เมตร ถือว่าเป็นความยาวที่ดีทีเดียวกับการว่ายน้ำออกกำลังกายครับ
งดงามราวกับภาพวาดครับในมุมนี้ ท้องฟ้า ทะเลสาบ และพูล เรียงกันเป็นเส้นสายที่มีระเบียบ
ความเซอร์ไพรส์ของผมก็คือสระที่ 2 ที่ออกแบบมาน่าสนใจมาก เพราะเขาสร้างล้อมห้องนอนไว้ทั้ง 4 ด้านเลย
ตื่นเช้ามา สระน้ำอยู่ที่ปลายเตียงครับ
ห้องนอน เป็นห้องที่แยกออกมาที่ปีกอีกฝั่งหนึ่งครับ ต้องข้ามสะพานเล็ก ๆ ไปถึงห้องนอน
ห้องน้ำของที่นี่ยกให้เป็นความเหนือระดับที่แท้จริงครับ ในห้องนี้มีอ่างน้ำที่มองเห็นวิวทะเลสาบ มีโซน walk-in closet และ ห้อง steaming ในตัว
สระน้ำมีลักษณะยาวยื่นเข้าไปริมทะเลสาบ ให้ภาพที่สวยงามมาก ๆ
เป็นความน่าสนใจเหมือนกัน ที่ Banyan Tree ใช้ดีไซน์แบบไทยทั้งหมด แต่พอมาจับกับความเป็นพูลวิลล่า ผมรู้สึกว่ามันดูน่าสนใจ
มีอ่างจากุซซี่ด้วยนะครับ เชื่อมกับตัวสระ
ชอุ่มไปรอบด้านด้วยบรรยากาศแบบ Thai tropical ที่ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา
ความมีครบทุกอย่างใน Doublepool Villa จึงเหมาะมากกับการมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้วพักผ่อนยาว ๆ ในที่พัก ไม่จำเป็นต้องออกไปไหน
Banyan Tree Wellbeing Santuary
มาถึงในพาร์ตของ spa กันบ้างครับ นอกจากจะเป็นรีสอร์ตสปาหรูระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่ยังเป็น Wellbeing center หรือศูนย์สุขภาพแห่งแรกของแบรนด์ Banyan Tree ทั้งยังเป็นโรงเรียนสอนทำสปาแห่งแรกของแบรนด์ Banyan tree ผลิต therapist ฝีมือดีออกสู่วงการโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลกมาเป็นระยะเวลายาวนาน
ดังนั้นเรื่องคุณภาพและบริการ เชื่อได้ว่าอยู่ในระดับ ultimate class ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน ภายในศูนย์สุขภาพมีกิจกรรมให้เลือกมากกว่า 50 อย่าง และด้วยความที่วิลล่าทุกหลังมีขนาดที่ใหญ่โต แขกที่เข้าพัก สามารถเรียกทำสปาได้ที่ศาลาพักผ่อนริมสระในห้องได้เลย
สำหรับ therapy ที่ผมทดลองทำในครั้งนี้ ชื่อ ‘Weightless’ เป็นการบำบัดฟื้นฟูรูปแบบหนึ่ง ที่อาศัยหลักการในการผสมผสานศาสตร์เรื่อง วารีบำบัด หรือ hydrotherapy เข้าไป ซึ่งทาง Banyan Tree ภูมิใจนำเสนอมากครับ อาศัยน้ำเป็นตัวสร้างแรงต้าน ผสมผสาน ร่างกายและจิตใจไปด้วยกัน
โดย therapist จะให้เราใช้หูฟังที่เปิดเสียงดนตรีเบา ๆ หลับตา ปล่อยตัวให้ลอยในน้ำ ไม่ต้องคิดอะไรเลย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้วงอวกาศ therapist จะเหวี่ยงเราไปตามทิศทางต่าง ๆ น้ำเย็น ๆ และแรงต้านเบา ๆ ไหลผ่านเป็นระลอก ๆ
รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เหมาะมากกับร่างกายที่กำลังอยู่ในภาวะเครียด therapy ตัวนี้ช่วยได้ดีมาก น่าสนใจมากนะครับ
Fitness Center ของที่นี่ทำออกมาได้ดีครับ รองรับผู้ใช้บริการได้จำนวนมาก อุปกรณ์คุณภาพสูง และยังมีโซนสำหรับฝึก surfing ด้วยนะ
ห้องอาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายครับ ครั้งนี้ขอพาไปชมคร่าว ๆ บางแห่งกัน เริ่มที่แรกครับ ห้องอาหารไทย กับมื้อกลางวันมาในคอร์ส “จานเด็ดปักษ์ใต้” ที่เรียงรายไปด้วย menu list อาหารใต้จานพิเศษที่ต้องลอง หากมาถึงภูเก็ตทั้งทีครับ
presentation สวยงาม อาหารอร่อย น่าประทับใจ
หมูฮ้อง และ คั่วกลิ้ง
ปิดท้ายด้วย โอ้เอ๋ว ของหวานขึ้นชื่อของภูเก็ต น้ำแข็งไส น้ำแดง และถั่วแดง
โดยปกติ เราจะไปทานอาหารเช้าที่ The Watercourt ห้องอาหารหลักของ Banyan Tree Phuket ซึ่งมีทั้งส่วน indoor และ outdoor ริมทะเลสาบ แต่เราสามารถสั่งอาหารมาที่ห้องแบบ in villa ได้เช่นกัน จะสั่งแบบ floating ก็ได้ มีเป็นช้อยส์ให้เลือกครับ
แน่นอนครับ ผมต้องมีอะโวคาโดของโปรด
ห้องอาหารเย็นมีหลายห้องด้วยกันครับ หนึ่งในนั้น Banyan Tree จัดเป็นดินเนอร์กับ Le Petit Chef พ่อครัวตัวจิ๋วชื่อดังครับ ยกระบบ projector และ digital art ที่เปลี่ยนห้องอาหารทั้งห้องให้กลายเป็น location ต่าง ๆ ทั่วโลกตามที่พ่อครัวของเราเดินทางไป เหมือนเป็นการดูหนังน่ารัก ๆ เรื่องหนึ่งครับ แต่แทนที่จะฉายบนจอปกติ กลับมาฉายบนโต๊ะแทน
เนื้อเรื่องและเมนูอาหารจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาครับ เวียนไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับแขก
สร้างอรรถรสผสานความตื่นตาระหว่างมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี
เทคนิคดีมากครับ
คร่าว ๆ กับที่พัก สปา และห้องอาหารต่าง ๆ ของ Banyan Tree Phuket ครับ ผมจะขอพาไปชมที่สุดท้ายก่อนกลับกัน
หาดบางเทา หาดส่วนตัวของ Banyan Tree โดดเด่นด้วยเบาะรองสีเขียวมรกตในโทนของ Banyan Tree ที่มีเสน่ห์มาก ๆ โดยเฉพาะตอนที่ตกกระทบโดนแสงอาทิตย์ยามเย็น
3 วัน 2 คืน ผ่านไปอย่างรวดเร็วครับ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ดีมากสำหรับผม
จบไปแล้วครับกับการรีวิว Banyan Tree Phuket สั้น ๆ ในฉบับของผม ครั้งนี้อาจไม่ได้เจาะรายละเอียดมาเยอะมากเนื่องด้วยระยะเวลาที่จำกัด อย่างไรก็ตามหวังว่าข้อความของผมจะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของผมในช่วงเวลานั้นให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกันได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
แล้วตามไปพบคอนเทนต์ใหม่ ๆ กันอีกนะครับ
เปียง