KHLONGSAN SURVEY

ตะลุยตรอกลับย่านคลองสาน

สวัสดีครับ ผมเปียง วันนี้ผมอยากจะพาทุกๆคนไปเดินย้อนอดีตกันในสถานที่ในความทรงจำของผมครับ รู้หรือเปล่าครับว่า ‘ล้ง 1919’ เป็นสถานที่ที่ผมรีวิวเป็นคอนเทนต์แรกตอนตั้งเพจเลยนะ เป็นความผูกพันธ์เล็กๆที่ทำให้ผมอยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมกลับมาที่นี่ด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป พร้อมด้วยโจทย์ที่ท้าทายมากกว่าเดิม

แกะกล่อง Samsung Galaxy S10+ กับคอนเทนต์อัลบั้มแรกของมันที่นี่ครับ ครั้งนี้ผมพกมือถือเครื่องเดียวในการเดินลัดเลาะในซอยต่างๆ ในย่านคลองสาน ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ลักษณะบ้านเรือนแบบเก่า และ ดำดิ่งลงไปในเรื่องราวยิบย่อยที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ เริ่มต้นที่ล้ง เดินต่อไปยังซอยเล็กๆตามแนวถนนเชียงใหม่ ข้ามฟากด้วยเรือไม้ขนาดเล็ก ชมย่านตลาดน้อยซักพัก แล้วกลับมาที่ล้งอีกครั้งในช่วงพลบค่ำ

เพื่อนของผม Samsung Galaxy S10+ มีกล้องเป็นจุดขายที่เด่นชัดมากครับ เรียกได้ว่าทรงพลังอันดับต้นๆของตลาดในปัจจุบัน มาพร้อมกับเลนส์ทั้ง 5 ที่จะมาทำให้การเดินทางในครั้งนี้สนุกมากกว่าเดิม ด้วยคุณภาพของภาพที่ตอบทุกๆโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายจากกล้องหน้าหรือกล้องหลัง โหมดปกติ UltraWide Tele หรือ Live Focus

ทุกคนตามผมมาครับ ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง พร้อมๆกับชมภาพสวยๆตลอดเส้นทางในย่านเมืองเก่านี้ จนคุณอาจจะลืมไปเลยล่ะ ว่าทั้งหมดนี้ถ่ายมาจากกล้องมือถือตัวเล็กๆเท่านั้นเอง

เปียง

#GALAXYS10TH #WITHGALAXY
#PYONGDOCTOR

FACEBOOK – PYONG Traveller X Doctor
INSTAGRAM – pycaptain
YOUTUBE CHANNEL – PYONG : Traveller X Doctor
TWITTER – @pyongdoctor
WEBSITE – www.pyongtravellerxdoctor.com

Director – Kantaphong Thongrong
Assistant Content Creator & Assistant Photographer – Amarin Laohajirapan


ย่านคลองสาน กับ ถนนเชียงใหม่ สถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของชุมชนริมน้ำ ไปสนุกกับการเดินถ่ายภาพ พร้อมฟังเริ่มราวกึ่งประวัติศาสตร์ของที่นี่กัน ขอบพระคุณสำหรับการเอื้อเฟื้อข้อมูลในครั้งนี้จากทีมของ ล้ง 1919 ครับ


บ้านเมืองตามแนวถนนเชียงใหม่ครับ มีความเป็นที่อยู่อาศัย สลับกับอาคารสำนักงานจีน/ไทย มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีความน่าสนใจตลอดแนวถนน


ต้นซอยวัดทองธรรมชาติวรวิหารกับอาคารแบบจีน การตกกระทบของแสงทำให้เกิดเงาที่สวยงามในเวลา 4 โมงเย็น


เช่นเคยครับ วันนี้ผมมาเป็นไกด์นำเที่ยวย่านชุมชนแห่งนี้ พร้อมกับถ่ายภาพสวยๆ จาก S10+ เครื่องใหม่ของผม กับเลนส์ทั้ง 5 ที่ตอบโจทย์การเดินทางได้ดี ไม่แพ้กล้องตัวใหญ่ ด้วยพลังจากทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นโหมดปกติ UltraWide Tele และ Live Focus


และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของพวกเรา ผมเริ่มต้นที่ถนนเชียงใหม่ครับ ถนนสายนี้เริ่มตั้งแต่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา เข้าซอยวัดทองธรรมชาติวรวิหารมา ไล่มาจนถึงล้ง 1919

สงสัยไหมครับ ว่าแต่ทำไมต้องชื่อถนนเชียงใหม่?

ชื่อถนนในย่านคลองสาน-ธนบุรี หลายๆเส้นจะมีความหมายเกี่ยวกับการรบกับพม่าสมัยพระเจ้าตากสินจนถึงรัชกาลที่ 1 เช่น ถนนลาดหญ้า ถนนท่าดินแดง ถนนเชียงใหม่ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกตั้งชื่อในสมัย ร.7 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2474 จากที่กล่าวมาข้างต้นครับ ถนนเชียงใหม่ ชื่อนี้ตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงสงครามการตีเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2317 นั่นเอง


เริ่มต้นที่ล้ง 1919 ครับ กับจิตรกรรมฝาผนังที่หลายๆคนน่าจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหลังเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ก็มีคนแวะเวียนกันมาเที่ยวชมบรรยากาศในล้ง 1919 กันเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่สุดถนนเชียงใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับตลาดน้อย -เยาวราช ในอีกฝั่งของแม่น้ำพอดีเลยครับ

แต่คงมีไม่กี่คนที่ทราบว่า ล้ง 1919 จริงๆแล้วมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมายไม่แพ้ความสวยงามแบบคลาสสิคของมันเลยล่ะ

ภาพคมๆหลายๆภาพต่อจากนี้มาจากโหมดปกติของ S10+


ล้ง 1919 เดิมชื่อ ‘ฮวย จุ่ง ล้ง’ แปลว่าท่าเรือกลไฟ เป็นท่าเรือสำหรับเรือโดยสารหรือเรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้นกำเนิดเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟธรรมดาครับ นิยมใช้บนทะเลหรือมหาสมุทร โดยปกติชาวจีนส่วนใหญ่จะใช้ท่าเรือกลไฟนี้ในการเข้ามาติดต่อค้าขายหรือย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย ส่วนตัวอาคารต่างๆที่เราเห็นทุกวันนี้ ในสมัยก่อน คือโกดังเก็บสินค้าครับ ทั้งจาก จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ ภายหลังดำเนินกิจการโดยตระกูล ‘หวั่งหลี’ เปลี่ยนจากท่าเรือเป็นอาคาร สำนักงาน และโกดัง โดยปัจจุบันที่นี่ได้ปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คงไว้ซึ่งความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบเก่าตามที่เราเห็นอยู่นี้

ผมขอพักเรื่องข้อมูลไว้เท่านี้ก่อน เพราะเดี๋ยวเราจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแบบเต็มๆ หลังจากเดินดูรอบๆถนนเชียงใหม่นี้นะครับ


ล้ง 1919 เกิดก่อนถนนเชียงใหม่ครับ ว่ากันตามจริง ที่นี่เป็นถนนที่นำเข้าไปสู่ท่าเรือฮวยจุ่งล้ง หรืออาจเรียกว่าท่าเรือหวั่งหลีเลยก็ได้ เป็นย่านการค้าสมัยที่ใช้การเดินทางทางน้ำเป็นหลัก หลังจากสินค้าทางเรือไม่เฟื่องฟูเท่าเดิม บริเวณนี้จึงกลายเป็นบริษัทของตระกูลหวั่งหลีโดยเฉพาะ มีธุรกิจหลากหลาย ได้แก่ โรงสี ธนาคาร และประกันภัย ในบริเวณล้ง จะเป็นชุมชนของคนเก่าแก่ที่เคยเป็นพนักงานของหวั่งหลี มีทั้งส่วนออฟฟิศและส่วนที่อยู่อาศัย


ย่านชุมชนเล็กๆ ตามซอกซอยต่างๆ เป็นภาพที่เราอาจไม่คุ้นชินกันในสังคมเมืองปัจจุบัน


ความ ‘เรียล’ ของสิ่งต่างๆที่นี่ กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และสวยงามแบบคาดไม่ถึงเหมือนกัน ภาพนี้เก็บรายละเอียดได้ดีจากโหมดปกติเช่นเดียวกัน


เช่นเดียวกันกับภาพนี้


และภาพนี้


Live Focus ของ S10+ ทำให้ภาพเหมือนออกมาจาก lens ละลายเลยครับ พัฒนาให้ดูสมจริงมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพิ่มฟีเจอร์ที่ทำให้บริเวณที่เบลอด้านหลังแสดงออกมาได้หลายแบบ ผมเลือกเป็นแบบสีซีดรอบๆครับ ผมไม่ได้ใช้โปรแกรมแต่งเพิ่มในส่วนนี้ ถ่ายออกมาเป็นภาพนี้เลย


สรุปคือ Live Focus ทำออกมาได้ประทับใจผมมากครับ


ตามแนวถนนจะมีบ้านสวยๆ และสำนักงานเป็นระยะๆ


ร้านขายของของชาวจีนที่มาอยู่ไทย ปัจจุบันก็ยังคงดำรงกิจการอยู่เรื่อยมา


ผมเดินเข้าไปในอีกซอย ส่วนนี้จะเชื่อมกับถนนท่าดินแดง ซึ่งเป็นย่านตลาดการค้าของคนไทย-จีนเหมือนกัน


แดดกำลังดีครับ ไม่แรงจนเกินไป


บ้านเรือนในถนนท่าดินแดง


Live Focus จากกล้องหน้าครับ สามารถเกิดขึ้นได้เพราะเลนส์แบบพิเศษที่มาถึง 2 ตัวในกล้องหน้า ภาพจึงคม และละลายหลังได้เนียนกริบแบบที่เห็น


สถานที่นี้ ผมเก็บภาพกว้างๆด้วยเลนส์ Ultra Wide ของ S10+


ภาพนี้ก็เช่นกันครับ ผลิตผลจาก Ultra Wide ของ S10+ เก็บตึกได้ครบแบบที่เห็น


หลงรักในความคลาสสิคแบบนี้


ลองเทียบภาพนี้ดูนะครับ ซ้ายมาจาก Ultra Wide กว้างมากสามารถเห็นได้ถึงยอด ส่วนทางขวามาจาก Tele ทำให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ซูมเข้าไปแต่ยังคมชัดอยู่มาก โดยที่ผมยืนอยู่ที่เดิมครับในการถ่ายทั้ง 2 ภาพนี้นะครับ


สภาพบ้านเมืองแถวนี้คลุมโทนแบบบังเอิญครับ


ผมเดินกลับมาที่ ล้ง 1919 ก่อนที่เราจะข้ามเรือไปอีกฝั่งกัน

เรามาฟังประวัติที่สนุกของที่นี่กันต่อดีกว่าครับ ท่าเรือฮวยจุ่งล้ง ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ 1850 โดยพระยาพิศาลศุภผล (ชื่อ พิศาลบุตร) ต่อมาเมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทย เข้ามามีบทบาทต่างๆมากขึ้นทำให้ ท่าเรือที่นี่ มีบทบาทลดน้อยลงและซบเซาตามลำดับ พอในปี ค.ศ.1919 ตระกูล ‘หวั่งหลี’ โดยนาย ‘ตับ ลิบ บ๊วย’ เข้ามารับช่วงต่อเป็นเจ้าของต่อจาก ตระกูลพิศาลบุตร และปรับให้ที่นี่จากท่าเรือกลายเป็นอาคารสำนักงานและโกดังเก็บสินค้าด้านการเกษตร และดำเนินกิจการโดยตระกูลหวังหลี่ตั้งแต่นั้นมา และต่อมาที่นี่ก็ได้ถูกปรับให้กลายเป็นทั้งโกดังที่เก็บสินค้าทางการเกษตรเช่นเดิมและเพิ่มเติมเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนงานในพื้นที่

****
ยึดหลักการรักษาโบราณสถานให้ยังคงความสวยงามไว้เหมือนแต่ก่อน ใช้วิธีการบูรณะอย่างประณีตด้วยวัสดุแบบโบราณ เช่น สำหรับภาพวาดก็จะใช้สีเดิมที่ใกล้เคียงกับของเก่ามากที่สุด ค่อยๆเติมในจุดที่มันจางให้ชัดขึ้น โดยไม่ใช่การเอาสีใหม่ๆ ไปทาทับหรือวาดเพิ่มเติม หรือการคงโครงสร้างแบบเดิมของโกดังไว้ พยายามเก็บโครงสร้างที่แข็งแรงดั้งเดิมไว้ เช่น ไม้ และโครงเหล็ก เป็นต้น


รอบๆนี้สวยงามมากครับ ในแง่ของสถาปัตยกรรม ฮวยจุ่งล้ง นั้นก่อสร้างตามสถาปัตยกรรมจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ตัวอาคารใช้อิฐปูน พื้นสร้างจากไม้ หลังคาทำมาจากกระเบื้อง เป็นหมู่อาคารแบบ “ซาน เหอ หยวน” เป็นอาคาร 3 หลังเชื่อมเข้าหากัน เป็นรูปตัว U มีพื้นที่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสามหลัง เพื่อใช้ไว้เป็นลานเอนกประสงค์ครับ นับว่าเป็นสถานที่หลังท้ายๆ ในริมของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยภาพวาดศิลปะ ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวจีน


มุมถ่ายภาพสวยๆมากมาย ในช่วงเย็นแบบนี้เป็นเวลาที่แสงกำลังดี เช่นเดิมครับ S10+ เก็บรายละเอียดแสงได้ดี ส่วนมืดหรือส่วนสว่างก็ยังสามารถแสดงออกมาได้สวยแบบที่ตาเราเห็น


วิวติดริมน้ำเจ้าพระยา หลังจากที่เราชมบ้านเรือนกันมาแล้ว มาชมพวกเรือต่างๆ ริมน้ำกันบ้างครับ

ภาพนี้ผมใช้ Tele ในการถ่ายจากระยะไกล ในอีกฝั่งแม่น้ำ จะเห็นว่ารายละเอียดคมชัดมากๆครับ


ได้เวลาขึ้นเรือไปอีกฝั่งแล้วครับ


รายละเอียดคมชัดกลางเจ้าพระยา ภาพนี้ใช้ auto ธรรมดาถ่ายครับผม


พื้นตรงท่าเรือเล่นสีได้น่ารักดี


ตลาดน้อย – เยาวราช อีกเสน่ห์ ของชุมชนชาวจีนเก่าแก่ของกรุงเทพฯที่มาตั้งรกรากกันในแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สมัยก่อนครับ ทำให้ย่านนี้มีกลิ่นอายของความเป็นจีนสมัยเก่ายังหลงเหลืออยู่ ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาคารบ้านเรือนต่างๆ Ultra Wide ช่วยเก็บภาพนี้ของผมอีกครั้ง


ยังคงความเก่าแก่ที่ไม่ได้มีให้เห็นง่ายๆในสมัยนี้ ข้ามยุค ข้ามสมัยมาให้ได้เสพกันจนถึงปัจจุบัน


เดินมาถึงย่านขายอะไหล่ยนต์ ตลาดน้อย เป็นย่านคนจีนที่มีประวัติมาตั้งแต่สมัยสร้างกรุงเทพฯ ย่านรอบๆ ตลาดน้อย เราจะเรียกว่าเซียงกงก็ได้


มีอะไรแบบนี้ให้เห็นตลอดทางครับ


ค่ำแล้ว ผมกลับมาที่ ล้ง 1919 อีกครั้ง


ในยามค่ำคืนแบบนี้ ที่นี่จัดไฟได้ดีครับ ทำให้สถานที่นี้ยิ่งมีสเน่ห์มากกว่าเดิม S10+ ทำได้ดีในที่แสงน้อย ตามที่เห็นในภาพครับ รายละเอียดครบและคมมากๆ


ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆกันกับ ล้ง1919 องค์เจ้าแม่นั้นทำจากไม้ครับ มี 3 ปางด้วยกันตามประวัติที่บอกเล่าต่อกันมา ปางแรกคือเด็กสาว โดยตำนานของที่นี่เล่าว่าท่านเป็นคนชอบปฏิบัติธรรม ปางนี้ส่วนใหญ่ผู้คนจะมาขอพรให้ตนมีลูกกันตามความเชื่อ ส่วนปางที่สองคือปางผู้ใหญ่ ให้พรในเรื่องการค้าขายและเงินทอง และปางที่สามคือปางผู้สูงอายุ นั้นมีเมตตาจิตใจสูง และท่านก็ใจดีมากๆ ซึ่งทั้ง 3 ปางนี้ ชาวจีนนำพาขึ้นเรือเดินทางมาจากเมืองจีน ทำให้เวลาคนจีนที่มาเมืองไทยก็จะแวะเวียนมากราบสักการะท่านเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการเดินทางโดยสวัสดิภาพ ทำให้ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว กลายเป็นอีกศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในเมืองไทยครับ


จบทริปของพวกเราในวันนี้แล้วนะครับ เดินกันตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนค่ำกันเลยทีเดียว จะเห็นว่าที่นี่มีข้อมูลอะไรให้ศึกษาเพียบเลยนะครับ อีกทั้งยังมีความสวยงามแบบหลบๆไว้ตามมุมต่างๆ รอคอยให้คนเข้าไปค้นพบอีกมาก จำที่ผมบอกได้มั้ยครับ บางครั้งเรื่องราวสำคัญกว่าความสวยงามของสถานที่ครับ สำหรับครั้งนี้ก็เช่นกัน

หวังว่าทุกคนจะสนุกกับภาพสวยๆ และประวัติศาสตร์ลึกๆ ของที่นี่นะครับ ครั้งหน้าเรายังมีย่านอื่นๆให้เราไปค้นหาอีกเพียบเลย อย่าลืมกด see first ไว้ให้เพจผมด้วยนะครับ

วันนี้ผมและ Samsung Galaxy S10+ ตัวเก่ง ขอตัวลาไปก่อน เราทั้งคู่จะไปเที่ยวไหนกันอีกบ้าง รับรองว่าจะมาโชว์ความสามารถของมันให้พวกเราเห็นกันอีกเรื่อยๆครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ

รัก, เปียง

#GALAXYS10TH #WITHGALAXY
#PYONGDOCTOR

FACEBOOK – PYONG Traveller X Doctor
INSTAGRAM – pycaptain
YOUTUBE CHANNEL – PYONG : Traveller X Doctor
TWITTER – @pyongdoctor
WEBSITE – www.pyongtravellerxdoctor.com

Director – Kantaphong Thongrong
Assistant Content Creator & Assistant Photographer – Amarin Laohajirapan

Leave a comment