PATIENT’S HISTORY IS KEY

เล่าอาการให้แพทย์แบบปังปัง ต้องทำยังไง

สวัสดีครับ ผมเปียง ทุกๆ เดือนเรามาพบกับคอนเทนต์หมอๆกันครับ กับช่วง “AS YOUR DOCTOR’S ROLE; ในฐานะหมอ” ขอเริ่มด้วยสถานการณ์ตัวอย่างแบบ based on true story นะครับ

ณ ห้องตรวจแห่งหนึ่ง
ผม: สวัสดีครับ เป็นอะไรมาครับวันนี้
ผู้ป่วย: ไม่สบายมาค่ะ
ผม: ครับผม…
ผู้ป่วย: …
ผม: …
ผู้ป่วย: ไม่สบายมาค่ะ

แปลกแต่จริง นับว่าเรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้ แต่หลายๆคนไม่ได้มองว่าสำคัญ
“ต้องเล่าอะไรให้แพทย์ฟังบ้าง”
จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆนะครับ การให้ประวัติกับแพทย์อย่างถูกต้องและตรงประเด็น จะช่วยให้การวินัจฉัยโรคสามารถทำได้ง่ายขึ้นอย่างมาก หากผู้ป่วยไม่แจ้ง แพทย์ก็จะต้องถามเองอยู่ดี แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเรารู้จุดประสงค์ของคำถามแต่ละข้อที่มักจะโดนถามเสมอๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร และสามารถหายได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าเป็นอะไรที่รุนแรงกว่านั้นล่ะครับ?

หมอเป็นเหมือนนักสืบครับ เขาจะฟังประวัติผสมกับการตรวจร่างกาย เพื่อหา “ตัวผู้ร้าย” หรือก็คือ “โรคภัย” ที่คุณเป็น ประวัติเป็นเหมือนจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่จะนำไปสู่โรคที่ซ่อนอยู่ บางทีแค่พูดบางประโยค ก็สามารถตัดโรคที่ไม่คิดว่าจะใช่ออกได้นับ 10 โรค ในทางตรงกันข้าม แค่บางประโยคก็สามารถทำให้นำไปสู่โรคที่เป็นไปได้แค่ไม่กี่โรค

วันนี้ ผมจะมาสอนทุกคน “ทำการบ้าน” ก่อนมาพบแพทย์กัน ไปดูกันครับ ว่าคำถามหรือสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวมามีอะไรบ้าง

เปียง

#ASYOURDOCTORSROLE
#PYONGDOCTOR

FACEBOOK – PYONG Traveller X Doctor
INSTAGRAM – pycaptain
YOUTUBE CHANNEL – PYONG : Traveller X Doctor
TWITTER – @pyongdoctor
WEBSITE – www.pyongtravellerxdoctor.com


คำถามง่ายๆที่คุณต้องทำการบ้านมา มีอะไรบ้างไปดูกัน


ไทม์ไลน์ของอาการ

สิ่งที่ผมจะต้องถามผู้ป่วยทุกคนเป็นคำถามแรก ก็คือ
“เป็นอะไรมาครับ” คำถามนี้คือ Chief Complaint ที่จะบอกให้ผมรู้ว่า ที่คุณมาพบผมวันนี้จริงๆแล้ว มันเพราะเรื่องอะไร จะเป็นอะไรก็ได้ครับ ตั้งแต่ ไข้ ไอ นอนไม่หลับ เมนส์ไม่มา จนถึงไม่อยากไปทำงาน

แต่สิ่งที่ผมต้องการมากกว่านั้นอีกก็คือ ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงนี้ ที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับอาการนี้ก็ได้ เล่ามาก่อนครับ เดี๋ยวผมจะถามคุณต่อเอง ไม่ต้องกังวลไป

อาการบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ระดับเดือน ระดับปี แต่รู้หรือไม่ว่า การเกิดขึ้นซ้ำๆแบบนี้ อาจหมายถึงบางโรคก็ได้ เช่นบางคนมีอาการน้ำมูกและไอ ทุกๆ รอบ 1 เดือน ตรวจดีๆ อาจพบว่ามีภูมิแพ้ซ่อนอยู่ ถ้ารักษาควรรักษาที่ต้นเหตุเลยครับ

ตัวอย่าง
มีไข้ 3 วัน เริ่มปวดเมื่อยตามตัวเมื่อวาน และอาเจียนเมื่อเช้า
ปวดท้องใต้ลิ้นปี่เมื่อวานตอนหัวค่ำ วันนี้รู้สึกคลื่นไส้ มีไข้ต่ำๆ และปวดท้องบีบๆที่ท้องด้านล่าง
ไอแห้งๆมา 3-4 เดือน มีไข้ต่ำๆ มา 1 เดือน รู้สึกว่าเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงในช่วง 2 เดือนนี้ ราวๆ 5 กิโลกรัม

แน่นอนครับ คำว่า “ท้องเสีย 2 วัน” กับ “ท้องเสีย 3 เดือน” ผมจะรักษาคุณต่างกัน


รายละเอียดของอาการ

อาการมันย่อมมีรายละเอียดของมัน ผมอยากให้เล่าถึงความรุนแรง ลักษณะอาการ แนวโน้มของมัน อะไรที่ช่วยบรรเทา หรือ อะไรที่ทำให้อาการแย่ลง ฯลฯ ใส่รายละเอียดให้ผมอีกนิด จะทำให้ผมช่วยวินิจฉัยโรคได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ตัวอย่าง
ปัสสาวะแสบขัด สีขุ่นและฉุนผิดปกติ เป็นมา 4 วัน วันนี้รู้สึกปวดมากขึ้นจากเดิม และมีไข้สูง
ไอแห้ง ไอทั้งวันไม่หยุด เหนื่อยร่วมด้วยตอนไอ เป็นมากตอนนอน
ปวดหัวมาก ปวดเหมือนหัวจะระเบิด ปวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง เวลาเล่นคอมนานๆจะปวดมากขึ้น

ลักษณะอาการเหล่านี้ช่วยหมอได้มากเลยนะครับ


ประวัติเดิม

คนไข้ทุกคนที่ไปรับการรักษาที่ใดก็ตาม หากมีโรคประจำตัว เคยรักษาอาการดังกล่าวมาก่อนในอดีต ควรทราบชื่อโรคและยาที่รับประทานอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไปพบแพทย์ในรพ.ที่ตัวเองไม่เคยมีประวัติมาก่อน เพราะทางรพ.ใหม่จะไม่ทราบเกี่ยวกับตัวคุณเลย ถ้าหากจำไม่ได้ ให้ถ่ายรูปชื่อยาและวิธีการใช้เก็บไว้ สำหรับเป็นข้อมูลให้หมอคนที่จะดูแลในครั้งนี้ ถ้าลืมจะให้ที่บ้านไลน์มาบอกก็ได้นะครับ ไม่มีปัญหา

อย่าลืมแจ้งประวัติการแพ้ยา/อาหาร ประวัติการตั้งครรภ์/ให้นมบุตรทุกครั้ง อันนี้สำคัญมากนะครับ อย่าลืมซะล่ะ


สิ่งต่างๆที่ต้องสงสัย

ทุกอย่างล้วนมีสาเหตุของมันครับ ใช่หรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่อะไรที่คุณสงสัยว่าเป็นสาเหตุของอาการ คุณต้องเล่าให้หมอฟัง ทานอะไรมา ไปสัมผัสอะไรมา ในที่นี้ยังรวมถึงพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากชีวิตประจำวันปกติ เช่น การไปต่างจังหวัด/ต่างประเทศในช่วงใกล้ๆ การเปลี่ยนเครื่องอุปโภค/บริโภคที่ใช้ประจำวัน เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการวินัจฉัยแยกโรคได้ครับ


และนี่คือคำถามที่ผมอยากรู้ครับ ถ้ามาเจอกันซักที เล่าได้แบบนี้ผมจะรู้สึกฟินมาก แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวัลไปครับ ถ้าไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ หมอก็จะเป็นคนค่อยซักคุณไปเรื่อยๆเอง

จบไปกับช่วง “AS YOUR DOCTOR’S ROLE; ในฐานะหมอ” แล้วเราไปพบสาระดีๆกันใหม่ครั้งหน้านะครับ กด See First ให้เพจผมด้วยล่ะ ครั้งนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

รัก, เปียง

#ASYOURDOCTORSROLE
#PYONGDOCTOR

FACEBOOK – PYONG Traveller X Doctor
INSTAGRAM – pycaptain
YOUTUBE CHANNEL – PYONG : Traveller X Doctor
TWITTER – @pyongdoctor
WEBSITE – www.pyongtravellerxdoctor.com

Leave a comment